วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิตกการเมืองสหรัฐฉุดดาวโจนส์ปิดลบ

การให้การเท็จต่อเอฟบีไอ ถือเป็นความผิดร้ายแรง มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และปรับไม่เกิน 250,000 ดอลลาร์

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (1ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองของสหรัฐ หลังจากที่นายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้การซัดทอดนายทรัมป์ว่าเป็นผู้สั่งการให้เขาทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัสเซียในช่วงที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ดัชนีอุตสหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,231.59 จุด ลดลง 40.76 จุด หรือ -0.17% ดัชนีเอสแอนด์พี500 ปิดที่ 2,642.22 จุด ลดลง 5.36 จุด หรือ -0.20% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 6,847.59 จุด ลดลง 26.39 จุด หรือ -0.38%

ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 2.9% คิดเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2559 เช่นเดียวกับดัชนีเอสแอนด์พี500 ที่ปรับตัวขึ้น 1.5% คิดเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลง 0.6% ในสัปดาห์นี้ หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงสูงสุดในรอบมากกว่า 3 เดือนภายในวันเดียวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กสะดุดลง หลังสำนักข่าวเอบีซี รายงานว่า นายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของนายทรัมป์ ยอมรับว่าได้ให้การเท็จต่อสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เกี่ยวกับการสนทนาของเขากับนายนายเซอร์เกย์ คิซยัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ และให้การซัดทอดนายทรัมป์ว่าเป็นผู้สั่งการให้เขาทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัสเซียในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว

 นายฟลินน์ ระบุว่า "การรับสารภาพของผมและการตกลงให้ความร่วมมือกับคณะสืบสวนความเกี่ยวพันระหว่างรัสเซียและคณะหาเสียงของนายทรัมป์ สะท้อนให้เห็นการตัดสินใจของผมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัวของผมและประเทศของเรา”