วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นกลุ่มแบงก์หนุนดาวโจนส์ทำนิวไฮ

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปิดตลาดวันอังคาร (28พ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งหุ้นกลุ่มธนาคารที่ทะยานขึ้น ความคืบหน้าในเรื่องกฎหมายปฏิรูปภาษี

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น  255.93  จุดหรือ 1.09 % ปิดที่ 23,836.71 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500  ขยับขึ้น 25.63 จุดหรือ 0.99% ปิดที่ 2,627.05  จุด และดัชนีแนสแด็ก บวก 33.84  จุดหรือ 0.49 % ปิดที่ 6,912.36 จุด

ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐ จะลงมติต่อร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรให้การอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในวันที่ 16 พ.ย. แต่มีเนื้อหาแตกต่างจากฉบับของวุฒิสภาในหลายประเด็น

หากวุฒิสภาให้การอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากนั้น วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรก็จะต้องนำร่างกฎหมายของทั้ง 2 สภามาปรับปรุงแก้ไขให้เป็นร่างกฎหมายฉบับเดียวกัน ก่อนที่จะส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามรับรองให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ขณะที่ปธน.ทรัมป์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาจะมอบการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ เป็นของขวัญสำหรับชาวอเมริกันในวันคริสต์มาสปีนี้

ขณะเดียวกัน นายเจอโรม พาวเวล ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวปกป้องความจำเป็นในการผ่อนคลายกฎระเบียบที่ควบคุมตลาดการเงิน โดยระบุว่า ขณะนี้ถึงเวลาในการพิจารณาทบทวนกฎระเบียบต่างๆ หลังจากที่มีการเพิ่มกฎใหม่ๆเข้าควบคุมตลาดการเงินในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในการกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า เขาต้องการให้กฎระเบียบต่างๆได้รับการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมสำหรับสถาบันการเงินที่มีขนาดและบทบาทแตกต่างกันออกไป

นอกจากนี้ นายพาวเวล ยังระบุว่า ปัญหาเกี่ยวกับธนาคารต่างๆที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะล้มนั้น ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่นายพาวเวลปฏิเสธที่จะตอบคำถามโดยตรงที่คณะกรรมาธิการถามว่า มาตรการปฏิรูปภาษีที่กำลังมีการอภิปรายในสภาคองเกรสจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตามที่พรรครีพับลิกันกล่าวอ้างหรือไม่ หรือจะส่งผลให้ภาระหนี้ของสหรัฐพุ่งขึ้น ตามที่พรรคเดโมแครตเตือนไว้

ขณะเดียวกัน นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า โดยมีหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และสภาพการณ์ต่างๆได้เกื้อหนุนให้เฟดดำเนินการดังกล่าว

นอกจากนี้ นายพาวเวล ยังระบุว่า เขาคิดว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะปรับลดงบดุลลงจากระดับ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2.5-3.0 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 3-4 ปี