หลังซาอุฯ-รัสเซียหนุนขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันศุกร์ (27ต.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น พุ่งขึ้น 2.4% หลังซาอุดิอาระเบีย และรัสเซียให้การสนับสนุนการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.26 ดอลลาร์ หรือ 2.4% สู่ระดับ 53.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 60.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบีย และรัสเซียให้การสนับสนุนการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า และคาดว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย.นี้
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงในวันนี้ ก็ได้เพิ่มความน่าดึงดูดของน้ำมัน โดยทำให้สัญญาน้ำมันมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
ดอลลาร์อ่อนค่าลงเทียบเยนในวันนี้ หลังจากมีข่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะเลือกนายเจอโรม พาวเวล ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นประธานเฟดคนใหม่แทนนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน
แหล่งข่าวระบุว่า ปธน.ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะเลือกนายพาวเวลเป็นประธานเฟดคนใหม่แทนนางเยลเลน โดยเขาใกล้ที่จะเปิดเผยชื่อในไม่ช้า
ก่อนหน้านี้ ตลาดการเงินมองว่านายพาวเวล และนายจอห์น เทย์เลอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เป็น 2 ตัวเก็งที่ปธน.ทรัมป์พิจารณาคัดเลือกเป็นประธานเฟด
ทั้งนี้ นายพาวเวลเป็นเจ้าหน้าที่เฟดสายพิราบ ซึ่งสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินของนางเยลเลน ส่วนนายเทย์เลอร์เป็นนักวิชาการสายเหยี่ยว ซึ่งเน้นการคุมเข้มนโยบายการเงิน และสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่านางเยลเลน
อย่างไรก็ดี ช่วงบวกของราคาน้ำมันถูกจำกัด หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สหรัฐได้เพิ่มการผลิตน้ำมัน 1.1 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 9.5 ล้านบาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่แล้ว





