วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รร.ยะไข่กลับมาเปิดสอนอีกครั้ง

รัฐบาลเมียนมากลับมาเปิดโรงเรียนในพื้นที่อยู่อาศัยของชาวพุทธในรัฐยะไข่ ขณะที่ชาวโรฮิงญากว่า 500,000 คน แห่ลี้ภัยไปยังกลาเทศ

หนังสือพิมพ์เดอะ โกลบอล นิว ไลต์ ออฟ เมียนมา ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลเมียนมา รายงานในฉบับวันอาทิตย์ (1 ต.ค.) ว่าสำนักงานศึกษาธิการรัฐยะไข่ ในภาคตะวันตกของเมียนมา สั่งเปิดโรงเรียนในเมืองมองดอและเมืองบูตีต่อง ซึ่งเป็นเมืองที่มีชาวพุทธอาศัยอยู่มากแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ "กลับคืนสู่เสถียรภาพ" พร้อมทั้งยืนยันความปลอดภัยขั้นสูงสุดแก่ครูและนักเรียน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังทบทวนการกลับมาเปิดโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยของ “ชาวเบงกาลี” ซึ่งเป็นคำที่ทางการเมียนมาใช้เรียกแทนชาวโรฮีนจา ซึ่งไม่เคยได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ของเมียนมา 

ขณะเดียวกัน สื่อเมียนมารายนี้ ยังระบุว่า ตลอดทั้งสัปดาห์ที่แล้วมีชาวมุสลิมมากกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่มาจากเมืองบูตีต่อง พยายามเดินเท้าข้ามพรมแดนไปยังบังกลาเทศ แม้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพยายามห้ามปราม เนื่องจากเกิดเหตุเรือของผู้ลี้ภัยจากเมืองบูตีต่องอับปางระหว่างพยายามล่องไปยังกลาเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 คน และราว 1 ใน 3 เป็นเด็ก แต่ผู้ลี้ภัยกลุ่มดังกล่าวยืนยันขอเดินทางต่อไป

สำหรับสถานการณ์รุนแรงระลอกล่าสุดในรัฐยะไข่ยืดเยื้อตั้งแต่ปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลของรัฐบาลเมียนมาระบุจำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่กว่า 400 คน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกองทัพกอบกู้โรฮิงญาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) แต่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เชื่อว่าตัวเลขจริงสูงกว่านั้น 2 เท่า และมีชาวโรฮิงญามากกว่า 500,000 คน หรือราวครึ่งหนึ่งของที่อาศัยอยู่ในเมียนมา ลี้ภัยสู้รบไปยังบังกลาเทศ กลายเป็นวิกฤติผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดรอบใหม่

รัฐบาลเมียนมารายงานเพิ่มว่า ยังมีชาวพุทธและชาวฮินดูในรัฐยะไข่รวมเกือบ 30,000 คน ประสบกับความเดือดร้อนด้วย ทั้งนี้ เดิมทีรัฐบาลเมียนมาอนุญาตให้ทีมงานของยูเอ็นลงพื้นที่ในรัฐยะไข่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยกเลิกในนาทีสุดท้าย ด้วยเหตุผลเรื่องสภาพอากาศ

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประณามกลุ่มหัวรุนแรงที่โจมตีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเมียนมา และผู้ที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตของพลเรือนในรัฐยะไข่

อย่างไรก็ตาม มาเลเซียไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ฉบับนี้ โดยออกแถลงการณ์แยกต่างหากอีกฉบับวิจารณ์อาเซียนว่าประเมินสถานการณ์ผิดพลาด เนื่องจากมองข้ามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา