หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นนำตลาด โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (27ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรัยตัวขึ้น ขานรับการเปิดเผยมาตรการปรับลดภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 56.39 จุดหรือ 0.25% ปิดที่ 22,340.71 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 10.2 จุด หรือ 0.41% ปิดที่ 2,507.04 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 73.10 จุดหรือ 1.15% ปิดที่ 6,453.26 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นนำตลาด โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
นักลงทุนจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีในวันนี้เวลา 15.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือคืนนี้ 02.00 น.ตามเวลาไทย
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์จะเปิดเผยถึงแผนการปรับลดภาษีของเขาในการกล่าวปราศรัยที่เมืองอินเดียนาโพลิสในวันนี้ และคาดว่า ปธน.ทรัมป์จะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล สู่ระดับ 20% และลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุดลงสู่ระดับ 35% จากเดิมที่ 39.6%
ด้านนางเยลเลนกล่าววานนี้ว่า เฟดจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถึงแม้ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของเงินเฟ้อ ถือเป็นการยอมรับถึงความยากลำบากในการคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของนโยบายการเงินของเฟด
ประธานเฟด ระบุด้วยว่า ถึงแม้ยังคงมีความไม่แน่นอนจำนวนมากเกี่ยวกับการปรับตัวของเงินเฟ้อ แต่ก็จะเป็นการไม่เหมาะสมที่เฟดจะคงนโยบายการเงินไว้จนกระทั่งอัตราเงินเฟ้อแตะระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่ว่า เฟดอาจจะมีความผิดพลาดในการสร้างแบบจำลองเงินเฟ้อ และพิจารณาผิดพลาดเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน





