งานเมียนมา อินไซต์ ครั้งที่ 2 จัดโดยสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง เพื่อให้นักลงทุนชาวไทยเข้าใจในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สถานะทางการเงินทางธนาคาร
นายอู เซ็ป อ่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและการคลัง นายอู อ่อง ตู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอู อ่อง ไน อู เลขาธิการคณะกรรมการการลงทุนแห่งเมียนมา นายอู มิน อู่ อธิบดีกรมบริหารการลงทุนและการจดทะเบียนบริษัทและรองอธิบดีกระทรวงไฟฟ้าและพลังงาน และนายอู เมียว โจ สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งเมียนมา ร่วมกันบรรยายถึงความคืบหน้าและความพร้อมของเมียนมาในการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศในงานสัมมนา เมียนมา อินไซต์ ครั้งที่ 2
ทั้งนี้ การบรรยายมีเนื้อหาโดยสรุปว่า ขณะนี้ รัฐบาลเมียนมา มีนโยบายเปิดประเทศและมีการประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมการค้าการลงทุนฉบับใหม่ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างมาก เช่น การปฏิรูปกฎหมายเพื่อรองรับการลงทุนจากต่างชาติ การออกกฎหมายเพื่อปกป้องนักลงทุน
นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ(เอสอีซี) ที่เปรียบเสมือนพื้นที่ทดลองในการเปิดกว้างรับการลงทุนจากต่างชาติ มีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อการพัฒนาร่วมกัน เช่น การรับรองแผนแม่บทว่าด้วยการเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำอิระวะดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (แอคเมคส์) ส่งผลให้อัตราการลงทุนในเมียนมาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
นายอู เมียว โจ สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งเมียนมา เสนอว่า หากนักธุรกิจไทยสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในเมียนมา ควรมีความตื่นตัวยิ่งขึ้นกว่านี้ เนื่องจากขณะนี้มีธุรกิจจากหลายประเทศได้เข้าไปลงทุนในเมียนมาแล้วและมีความตื่นตัวเป็นอย่างมาก
ภายในงาน ยังมีบริษัทรายใหญ่ของไทยที่ประสบความเร็จในการลงทุนที่เมียนมา เช่น บริษัท สยามซีเมนต์กรุ๊ป (เอสซีจี) กลุ่มบริษัท ปตท และกลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมเปิดเผยถึงแรงจูงใจที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา และมีการแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับความท้าทายที่ได้เผชิญ เช่น ความพร้อมของบุคลากรท้องถิ่น การสร้างความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเจ้าของกิจการ และฝากข้อแนะนำต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจเข้าไปลงทุนในเมียนมา เช่น คำแนะนำในการหาพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งการเป็นพันธมิตรกับเจ้าของธุรกิจในท้องถิ่นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจในเมียนมาได้มาก เนื่องจากพันธมิตรที่อยู่ในพื้นที่จะมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดและกฎหมายท้องถิ่นเป็นอย่างดี พร้อมทิ้งท้ายว่า ในภาพรวมแล้ว เมียนมาถือเป็นประเทศที่น่าลงทุน และมีโอกาสในการทำธุรกิจมากมายรออยู่ จึงอยากเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจได้ลองเปิดใจและเข้าไปลงทุนในเมียนมา
ในส่วนของภาครัฐนั้น นายจักร บุญ-หลง เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง เปิดเผยว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านข้อมูลทางธุรกิจโดยมีศูนย์ข้อมูลด้านธุรกิจไว้คอยบริการ อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการลงทุนต่างๆ ในเมียนมา เช่น การจัดทริปธุรกิจ และการจับคู่ธุรกิจ นอกจากการส่งเสริมการลงทุนแล้ว รัฐบาลยังสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยเอาใจใส่ต่อการมีส่วนร่วมในการจัดโครงการที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (ซีเอสอาร์) เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นของเมียนมา ซึ่งถือเป็นการแสดงความขอบคุณอีกทางหนึ่ง
งานเมียนมา อินไซต์ ครั้งที่ 2 จัดโดยสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ที่โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท กรุงเทพ เมื่อวานนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้นักลงทุนชาวไทยเข้าใจในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สถานะทางการเงินทางธนาคาร รวมถึงนโยบายหลักและข้อมูลที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขในปัจจุบันจากหน่วยงานรัฐบาลของเมียนมา





