รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นเรียกร้องนานาประเทศ ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ เพิ่มแรงกดดันให้ยุติโครงการอาวุธ
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่สุดต่อเกาหลีเหนือ นายทาโร โคโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงเรียกร้องให้กว่า 160 ประเทศ ที่มีสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจกับรัฐบาลคิม จอง อึน ควรตัดความสัมพันธ์นั้น
“นี่ไม่ใช่เวลาของการเจรจาที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ แต่เป็นเวลาที่ประชาคมโลกโดยรวม ต้องกดดันเกาหลีเหนือให้มากที่สุด อันเป็นปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมในการลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี” รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นกล่าวที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สอดคล้องกับถ้อยแถลงที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เคยกล่าวไว้ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ)
นายโคโนประเมินว่า หากทุกประเทศทำตามข้อมติของยูเอ็น โสมแดงจะต้องสูญเสียรายได้จากการส่งออกถึง 90%
อย่างไรก็ตาม จีนที่ยังเป็นคู่ค้าหลักของเกาหลีเหนือ กลัวมากว่าหากรัฐบาลเปียงยางล่มสลาย ผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลจะทะลักเข้าจีนซึ่งนายโคโนระบุว่า จีนและญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 และ 3 ของโลก จึงต้องรับผิดชอบอย่างมากต่อสันติภาพและความมั่งคั่งในภูมิภาค และไม่ควรเผชิญหน้ากัน รวมถึงไม่ควรปล่อยให้ความตึงเครียดครอบงำภูมิภาคเอเชียทั้งหมด




