วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ปิดบวกหลังดิ่งหนัก

ขณะข่าว“ทรัมป์”เชิญแกนนำรีพับลิกัน และเดโมแครตเข้าหารือที่ทำเนียบขาวเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ช่วยคลายความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและพายุเฮอริเคนลูกใหญ่พัดถล่มเปอร์โตริโกและฟลอริดา

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันพุธ (6ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น โดยฟื้นตัวขึ้นจากคำสั่งซื้อเก็งกำไร หลังจากวันก่อนหน้านี้ทรุดตัวลง จากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 74.53 จุดหรือ 0.34 % ปิดที่ 21,827.84 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น 8.99 จุดหรือ 0.37% ปิดที่ 2,466.84 จุดและดัชนีแนสแด็ก บวก 19.90 จุดหรือ 0.31% ปิดที่ 6,395.47 จุด

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นนำตลาด ขณะที่หุ้นโกลด์แมน แซคส์ทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก ส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี เช่น เฟซบุ๊ค แอ๊ปเปิ้ล และเน็ตฟลิกซ์ ต่างปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังจากดิ่งลงในวันก่อนหน้านี้  นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันก็ได้เป็นแรงหนุนต่อตลาดในวันนี้

ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง 223.25 จุด หรือกว่า 1% เมื่อวันอังคาร ถือเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดภายในวันเดียวนับตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีทวีความรุนแรงมากขึ้น 

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความล่าช้าในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับการที่หน่วยงานของรัฐบาลอาจจะต้องปิดทำการ หากทำเนียบขาวไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. สู่ระดับ 4.37 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่ขาดดุล 4.35 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจะขาดดุลการค้า 4.46 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.

ทั้งนี้ การส่งออกของสหรัฐลดลง 0.3% สู่ระดับ 1.944 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. ขณะที่การนำเข้าลดลง 0.2% สู่ระดับ 2.381 แสนล้านดอลลาร์ และสหรัฐ ขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนก.ค. สู่ระดับ 3.36 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2559