ราคาน้ำมันดิบดิ่งกว่า 2% ขณะสัญญาน้ำมันเบนซินพุ่งทำนิวไฮรอบ 3 สัปดาห์หลังฮาร์วีย์จ่อถล่มอ่าวเม็กซิโก
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (24ส.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ดิ่งลงกว่า 2% หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน
อย่างไรก็ดี ราคาสัญญาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 1.3% แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่พายุฮาร์วีย์จ่อถล่มแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกพรุ่งนี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ดิ่งลง 98 เซนต์ ปิดที่ราคา 47.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน่้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 53 เซนต์ หรือ 1% ปิดตลาดที่ราคา 52.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อีไอเอ ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 3.3 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 643,000 บาร์เรล
นายเกรก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ประกาศเขตภัยพิบัติสำหรับ 30 เคาน์ตีภายในรัฐ เพื่อรับมือกับพายุโซนร้อนฮาร์วีย์ที่คาดว่าจะเคลื่อนตัวมาถึงในวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น
ทั้งนี้ พายุโซนร้อนฮาร์วีย์เตรียมพัดถล่มชายฝั่งสหรัฐในรัฐเท็กซัส และหลุยเซียนา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของสหรัฐ
ด้านบริษัทน้ำมันหลายแห่ง เช่น รอยัล ดัชท์ เชลล์, อนาดาร์โค ปิโตรเลียม และเอ็กซอน โมบิล พากันอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก
ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐคาดว่า พายุโซนร้อนฮาร์วีย์จะเพิ่มกำลังกลายเป็นพายุเฮอร์ริเคนระดับ 3 ในไม่ช้า ซึ่งจะทำให้เกิดลมกรรโชกแรง และฝนตกหนัก โดยจะกระทบต่อประสิทธิภาพในการกลั่นน้ำมันของสหรัฐราว 1 ใน 3 ในภูมิภาคดังกล่าว
ขณะนี้พายุฮาร์วีย์ อยู่ห่างจากเมืองพอร์ท แมนส์ฟิลด์ของรัฐเท็กซัสไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 370 ไมล์ และมีความเร็วลม 45 ไมล์/ชม. ขณะที่คาดว่าความเร็วลมจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 75 ไมล์/ชม.





