รัฐบาลสหรัฐ วิจารณ์ระบอบประชาธิปไตยในกัมพูชาถดถอย หลังสมเด็จฮุน เซน สั่งปิดเอ็นจีโอตะวันตกพร้อมสั่งขับเจ้าหน้าที่ต่างชาติออกนอกประเทศภายใน 7 วัน
นางสาวฮีทเธอร์ นาวเอิร์ท โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่ารัฐบาลวอชิงตันมีความวิตกกังวลอย่างมากต่อความเป็นประชาธิปไตยในกัมพูชาที่ตกต่ำตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการทำงานของสื่อมวลชนและองค์กรอิสระไม่แสวงผลกำไร ( เอ็นจีโอ ) มากขึ้นอย่างชัดเจน
แถลงดังกล่าวของรัฐบาลวอชิงตัน มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่า พนักงานชาวต่างชาติทั้งหมดของสถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติ ( เอ็นดีไอ ) ซึ่งเป็นหนึ่งในเอ็นจีโอที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ และมีสำนักงานอยู่ในกรุงพนมเปญ ต้องเดินทางออกนอกประเทศภายใน 7 วัน เนื่องจากเอ็นดีไอ เป็นองค์กรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เมื่อวันอังคาร(22ส.ค.)ที่ผ่านมา สมเด็จฮุน เซน เปิดเผยว่าหนังสือพิมพ์เดอะ แคมโบเดีย เดลี ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ต้องชำระภาษีย้อนหลัง 10 ปี เป็นจำนวนเงิน 6.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 209.4 ล้านบาท ) ภายในวันที่ 4 ก.ย.นี้ หากไม่ชำระจะต้องปิดกิจการ
เดอะ แคมโบเดีย เดลี เป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกัมพูชา ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันประจำกรุงพนมเปญ เมื่อปี 2536 ทั้งยังมีรายงานว่า สถานีวิทยุเรดิโอ ฟรี เอเชีย ( อาร์เอฟเอ ) ภาคภาษากัมพูชา และสำนักข่าววอยซ์ ออฟ อเมริกา ( วีโอเอ ) ภาคภาษากัมพูชา ซึ่งเป็นหน่วยงานอีก 2 แห่งที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสหรัฐ อาจเป็นเป้าหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำกรุงพนมเปญ ยังไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการ แต่ตั้งคำถามผ่านเฟซบุ๊ค ว่าการที่รัฐบาลกัมพูชาทำแบบนี้ ถือเป็นการยึดมั่นตามแนวทางประชาธิปไตยหรือไม่





