ดาวโจนส์ดิ่งเกือบ 100 จุดเหตุผวาทรัมป์ขู่ชัตดาวน์รัฐบาล หากคองเกรสไม่ผ่านงบสร้างกำแพงเม็กซิโก
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (23ส.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวร่วงลง หลังจากพุ่งขึ้นอย่างมากในวันก่อนหน้านี้ โดยนักลงทุนกังวลคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะยอมให้หน่วยงานรัฐบาลต้องปิดการดำเนินงาน หากสภาคองเกรสไม่สนับสนุนงบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 87.8 จุดหรือ 0.4% ปิดที่ 21,812.09 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 8.44 จุดหรือ 0.34% ปิดที่ 2,444.07 จุด ดัชนีแนสแด็ก ลบ 19.07 จุดหรือ 0.3% ปิดที่ 6,278.41 จุด
อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นเกือบ 200 จุดในวันก่อนหน้า ทำสถิติปรับตัวดีที่สุดในรอบ 4 เดือน หลังจากที่นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวแสดงความหวังเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษี
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดิ่งลงนำตลาด ขณะที่หุ้นโกลด์แมน แซคส์ และโบอิ้งร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
ในการกล่าวปราศรัยที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ปธน.ทรัมป์ เรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นระหว่างชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก แม้จะต้องแลกมาด้วยการที่รัฐบาลต้องปิดการดำเนินงานก็ตาม
ขณะนี้ ปธน.ทรัมป์ ขัดแย้งกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการอนุมัติงบประมาณสำหรับการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก โดยถ้าหากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณชั่วคราวสำหรับการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงงบในการสร้างกำแพงกั้นเม็กซิโก ที่ปธน.ทรัมป์จะต้องลงนามเป็นกฎหมายภายในเส้นตายวันที่ 30 ก.ย. หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐหลายแห่งต้องปิดตัวลง เนื่องจากรัฐบาลขาดงบประมาณในการบริหารประเทศ ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตแสดงจุดยืนอย่างเปิดเผยว่า จะขัดขวางการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาล หากรวมถึงงบการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก





