คณะวิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรปเปิดผลการศึกษาที่เตือนว่า คลื่นความร้อนที่แผ่ในยุโรปรุนแรงขึ้นอาจคร่าชีวิตผู้คนในยุโรปถึงปีละแสนคน ภายในสิ้นศตวรรษนี้ หรือปี 2643 หากยังไม่คิดเริ่มมาตรการควบคุมสภาพความเปลี่ยนแปลงทางอากาศหรือลดโลกร้อน
งานวิจัยนี้ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารแลนเซ็ต แพลนิเทอรี เฮลธ์ เผยแพร่ในช่วงที่ยุโรปเริ่มเผชิญอากาศร้อนรุนแรง และแสดงถึงตัวเลขสถิติอัตราการตายที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อน ระหว่างปี 2523-2553 อยู่ที่ 3,000 รายต่อปี แต่หากไม่มีการจำกัดการปล่อยก๊าซที่ก่อภาวะโลกร้อนแล้ว อัตราการตายเพราะคลื่นความร้อนในอีก 80 กว่าปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้น 50 เท่าจากที่เป็นผู้ในปัจจุบัน หรือราว 152,000 รายต่อปี ระหว่างปี 2614-2643
งานวิจัยยังระบุอีกว่า ปัจจัยอันตรายจากสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ 7 ประการประกอบด้วยคลื่นความร้อน ความหนาวเย็น ไฟป่า ความแห้งแล้ง น้ำท่วมจากแม่น้ำล้นตลิ่ง น้ำทะเลท่วมและลมพายุ
นอกจากนั้น รายงานยังระบุถึงปริมาณการปล่อยของเสียและอัตราการก๊าซเรือนกระจกที่นำไปสู่อุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มสูงเป็นปีละ 3 องศาเซลเซียสตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 90 และคาดว่าตัวเลขอุณหภูมิดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาถึงหนึ่งศตวรรษ แม้ว่าจะมีสนธิสัญญาข้อตกลงปารีสที่เกี่ยวกับการป้องกันและรับมือกับสภาพแวดล้อมก็ตาม
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลของเกาหลีใต้ มองว่า ผลการวิจัยจากวารสารดังกล่าวมีความเกินจริง พร้อมทั้งให้ข้อมูลสนับสนุนว่ามนุษย์เรียนรู้ที่จะปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่โหดร้ายได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า มีระบบปรับอากาศ รวมไปถึงระบบสร้างอบอุ่นในบ้าน




