ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (3ส.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ในแดนบวก หลังจากดีดตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธ (2ส.ค.)สวนทางดัชนีเอสแอนด์พี500 และดัชนีแนสแด็กที่ปิดปรับตัวลง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 0.04% หรือ 9.86 จุด ปิดที่ 22,026.1 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวร่วงลง 0.22% ปิดที่ 2,472.16 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 0.35% ปิดที่ 6,340.34 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงนำตลาดวันนี้ รวมถึงหุ้นอเมซอนและแอ๊ปเปิ้ล ที่พร้อมใจกันปรับตัวลง หลังปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธ ขณะที่หุ้นโกลด์แมน แซคส์ร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก ส่วนหุ้นเทสลา พุ่งขึ้นสวนทางตลาด หลังรายงานตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 2 ที่ดีกว่าคาด
บริษัทเทสลา ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐ รายงานตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 2 โดยได้แรงหนุนจากยอดขายของรถยนต์โมเดลเอส และโมเดลเอ็กซ์ เอสยูวี
ทั้งนี้ เทสลาเปิดเผยตัวเลขขาดทุนต่อหุ้นที่ระดับ 1.33 ดอลลาร์/หุ้น โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.82 ดอลลาร์/หุ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดเผยรายได้ที่ระดับ 2.79 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 2.51 หมื่นล้านดอลลาร์
เทสลาถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวดีที่สุดในตลาดวอลล์สตรีทปีนี้ โดยราคาหุ้นได้ทะยานขึ้น 52.5% นับตั้งแต่ต้นปี เมื่อเทียบกับดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 10.7%
ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 5,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 240,000 ราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 242,000 ราย
ตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 126 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี2513
นักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่ต่ำกว่าคาดดังกล่าว จะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศแผนปรับลดงบดุลวงเงิน 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ในการประชุมเดือนก.ย.





