ทางการมาเลเซียเผยว่า ยึดได้งาช้างและเกล็ดตัวนิ่มมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท นับเป็นการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ครั้งล่าสุดในเอเชีย
เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์แถลงวันนี้ (2 ส.ค.) ว่า เมื่อวันอาทิตย์ (31 ก.ค.) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบงาช้าง 23 กิ่ง น้ำหนักรวม 76 กก. ในโกดังสินค้าที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศกัวลาลัมเปอร์ มูลค่า 275,000 ริงกิต หรือราว 2.04 ล้านบาท ลำเลียงมากับเครื่องบินสายการบินเอทิฮัด ต้นทางมาจากกรุงลากอสของไนจีเรีย ผ่านกรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ต่อมาในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังพบเกล็ดตัวนิ่ม 6 ถุง น้ำหนักรวม 300.9 กก. มูลค่า 3.9 ล้านริงกิต หรือราว 29 ล้านบาทในโกดังเดียวกัน ลำเลียงมากับเครื่องบินสายการบินเอธิโอเปียน ต้นทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สิ่งผิดกฎหมายทั้งสองชุดนี้จ่าหน้าถึงที่อยู่ปลอมซึ่งไม่สามารถติดตามหาตัวผู้รับได้ และยังไม่ทราบชัดเจนว่าปลายทางที่แท้จริงอยู่ในมาเลเซียหรือไม่
ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ศุลกากรสนามบินระหว่างประเทศกรุงกัวลาลัมเปอร์ได้ยึดสินค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายแล้วหลายครั้ง เฉพาะเดือนพ.ค. ได้ยึดเกล็ดตัวนิ่มกว่า 700 กก. มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เจ้าหน้าที่เชื่อว่าพนักงานในสนามบินน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแม้ว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยัน
ขณะนี้ ศุลกากรมาเลเซียได้เพิ่มมาตรการตรวจตราและบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้แล้ว ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้ว ฮ่องกงได้ยึดงาช้างกว่า 7,200 กก. ลำเลียงมาจากมาเลเซีย เป็นจำนวนการยึดในครั้งเดียวมากที่สุดในรอบ 30 ปี





