วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นวอลล์สตรีทปิดไร้ทิศทาง

ดัชนีเอสแอนด์พี 500 และดัชนีแนสแด็ก ปิดตลาดวันศุกร์(28ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ในแดนลบจากจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สวนทางดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ที่ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิดปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่

ทั้งนี้ ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของอเมซอน ส่งผลให้นักลงทุนแห่เทขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ขณะเดียวกันตลาดกำลังซึมซับข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2 ของสหรัฐที่ขยายตัวเร็วขึ้นกว่าไตรมาสแรก แต่ตัวเลขเงินเฟ้อกลับชะลอตัวอยู่ในระดับต่ำ รวมไปถึงการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจำนวนมาก

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 33.76 จุด หรือ 0.15% สู่ระดับ 21,830 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 3.32 จุด หรือ 0.13%  ปิดที่ 2,472 .1 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 7.51 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 6,374.68  จุด

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ของการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2 ปี 2560 อยู่ที่ระดับ 2.6% ซึ่งสูงกว่าที่ขยายตัว 1.2% ในไตรมาสแรก ขณะที่สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของสหรัฐจะดีดตัวขึ้นกว่า 2.5%

รายงานระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐที่ขยายตัวเร็วขึ้นในช่วงไตรมาส 2 นั้น ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายผู้บริโภค และการลงทุนของภาคธุรกิจในด้านเครื่องมืออุปกรณ์ โดยการใช้จ่ายผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักและมีสัดส่วนขนาดใหญ่ในเศรษฐกิจสหรัฐ ขยายตัว 2.8% หลังจากที่ขยายตัว 1.9% ในไตรมาสก่อนหน้า ส่วนการลงทุนของภาคธุรกิจในเครื่องมืออุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้น 8.2%

อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งวัดโดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (พีซีอี) เพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งชะลอลงจากระดับ 2.2% ในไตรมาสแรก

นอกจากข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญดังกล่าวแล้ว นักลงทุนต่างจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่ต่างๆ โดยหลังจากปิดตลาดในวันพฤหัสบดี อเมซอนดอทคอม อิงค์ บริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ได้เปิดเผยผลประกอบการที่ดิ่งลงถึง 77% ในไตรมาสสองที่ผ่านมา พร้อมกับคาดการณ์ว่าอาจขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาสปัจจุบัน เนื่องจากบริษัทกำลังทุ่มเงินลงทุนอย่างหนักในด้านคอนเทนต์วิดีโอ รวมถึงลงทุนในตลาดที่กำลังเติบโต อย่างเช่นอินเดีย ซึ่งผลประกอบการที่น่าผิดหวังดังกล่าวส่งผลให้หุ้นอเมซอนร่วงลงราว 3%

สำหรับบริษัทที่มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้นั้นรวมถึงบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง เอ็กซอน โมบิล และ เชฟรอน

หุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วง 1.91% หลังเผยผลประกอบการที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน โดยบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิที่ 3.35 พันล้านดอลลาร์ หรือ 78 เซนต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 1.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 41 เซนต์ต่อหุ้นในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 84 ต่อหุ้น

ขณะที่เมอร์ค เผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด ส่งให้หุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้น 0.07% และหุ้นสตาร์บัคส์ดิ่งลง 7.34% หลังจากที่บริษัทเผยกำไรสุทธิลดลง