ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(6ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลงอย่างหนัก เหตุนักลงทุนผิดหวังตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 158,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 158.13 จุดหรือ 0.74% ปิดที่ 21,320.04 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 22.79 จุดหรือ 0.94% ปิดที่ 2,409.75 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลบ 61.39 จุดหรือ 1 % ปิดที่ 6,089.46.
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงนำตลาด ขณะที่หุ้นแอปเปิลร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก ส่วนราคาหุ้นแอปเปิล, อัลฟาเบท, เฟซบุ๊ก, เทสลา และเน็ตฟลิกซ์ ต่างปรับตัวลง ส่งผลให้ดัชนี แนสแด็กร่วงลง 1%
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นหุ้นที่ปรับตัวดีที่สุดในปีนี้ แม้ว่าดิ่งลง 4% ในเดือนนี้ และมีแนวโน้มร่วงลงเป็นวันที่ 4 ในรอบ 5 วันทำการ
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงในเดือนพ.ค. ขณะที่การส่งออกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี
ทั้งนี้ สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลการค้าลดลง 2.3% ในเดือนพ.ค. สู่ระดับ 4.65 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่ขาดดุล 4.76 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย.
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐจะลดลงสู่ระดับ 4.62 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.
ขณะที่ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (เอดีพี) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 158,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 185,000 ตำแหน่ง หลังจากพุ่งขึ้น 230,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. โดยการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย.ทั้งหมดมาจากภาคบริการ
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 4,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 248,000 ราย สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 243,000 ราย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 122 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2513





