ดาวโจนส์ปิดทะยานกว่า100 จุด ก่อนฉลองวันชาติสหรัฐ 4 ก.ค.
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์(3ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ทะยานขึ้น 129 จุด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในการซื้อขายระหว่างวันเป็นวันแรกของช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีภาคการผลิตที่สูงเกินคาดของสหรัฐ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 129.64 จุดหรือ 0.61% ปิดที่ 21,479.27 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 5.6 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 2,429.01 จุด และดัชนีแนสแด็กปรับตัวร่วงลง 30.36 จุดหรือ 0.49% ปิดที่ 6,110.06 จุด
หุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้ ขณะที่หุ้นโกลด์แมน แซคส์ทะยานขึ้นมากที่สุด เช่นเดียวกับหุ้นของมอร์แกน สแตนลีย์, เจพีมอร์แกน เชส, เวลส์ ฟาร์โก และซิตี้กรุ๊ป ต่างก็ดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยปรับตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐทั้ง 34 แห่ง เดินหน้าแผนเพิ่มการจ่ายเงินปันผล และซื้อหุ้นคืนได้ หลังจากที่ธนาคารเหล่านี้ ได้ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต ประจำปีรอบที่ 2 ของเฟด
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐจะซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันนี้ ก่อนที่ตลาดจะปิดทำการในวันพรุ่งนี้ เนื่องในวันชาติสหรัฐ
ขณะที่ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ไอเอสเอ็ม) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของไอเอสเอ็ม ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.8 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 54.9 ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 55.1
ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 97





