หุ้นเทคโนโลยีถ่วงตลาดฉุดดาวโจนส์ร่วงกว่า100 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (29มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ทรุดตัวลง 167 จุดโดยถูกกดดันจากการดิ่งลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่หักล้างการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 167.58 จุดหรือ 0.78 % ปิดที่ 21,287.03 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ลบ 20.99 จุดหรือ 0.86% ปิดที่ 2,419.7 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลง 90.06 จุดหรือ 1.44 % ปิดที่ 6,144.35 จุด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงมากกว่า 2% นำโดยหุ้นแอ๊ปเปิ้ล ส่วนราคาหุ้นเฟซบุ๊ค อเมซอน เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ต่างร่วงลง ส่งผลให้ดัชนีแนสแด็ก ดิ่งลง 1.88% ในวันนี้
ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่ทะยานขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยพุ่งขึ้นมากกว่า 15% แต่ในเดือนนี้ ปรับตัวร่วงลงแล้วเกือบ 2%
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ยังคงดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีดีดตัวใกล้ระดับ 2.28% หลังจากเริ่มต้นสัปดาห์ที่ระดับ 2.15%
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารต่างดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐทั้ง 34 แห่ง เดินหน้าแผนเพิ่มการจ่ายเงินปันผล และซื้อหุ้นคืนได้ หลังจากที่ธนาคารเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต ประจำปีรอบที่ 2 ของเฟด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยในวันนี้ว่า ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 1 อยู่ที่ระดับ 1.4% โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.2% ซึ่งการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1 ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และการส่งออกที่พุ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการจีดีพีประจำไตรมาส 1 ครั้งที่ 1 ที่ระดับ 0.7% ก่อนที่จะปรับเพิ่มในประมาณการครั้งที่ 2 สู่ระดับ 1.2%





