ราคาน้ำมันทรุด3.7% หลุด 45 ดอลลาร์ หลังอีไอเอเผยสต็อกน้ำมันสหรัฐลดลงน้อยกว่าคาด
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพุธ(14มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ทรุดตัวลง 3.7% หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ ตลาดยังถุกกดดันจากการที่สำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) เปิดเผยว่าการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) พุ่งขึ้นในเดือนพ.ค. ขณะที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐดีดตัวขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ร่วงลง 1.73 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ปิดที่ราคา 44.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 1.72 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดตลาดที่ราคา 47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.7 ล้านบาร์เรล ด้านสต็อกน้ำมันเบนซิน เพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 457,000 บาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 328,000 บาร์เรล เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 686,000 บาร์เรล
ส่วนไออีเอ ระบุในรายงานประจำเดือนมิ.ย.ว่า การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพิ่มขึ้น 290,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ค. สู่ระดับ 32.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในปีนี้ เนื่องมาจากการกลับมาผลิตน้ำมันของไนจีเรีย และลิเบีย ซึ่งได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงลดกำลังการผลิตของโอเปก
ไออีเอ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 585,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ค. สู่ระดับ 96.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้อุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2559
นอกจากนี้ ไออีเอ ยังคาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีหน้า สู่ระดับ 99.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน





