วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวลง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงจากแรงขายทำกำไร ก่อนหน้าสถานการณ์การเมืองสำคัญๆสามเหตุการณ์ รวมถึงเลือกตั้งสหราชอาณาจักรวันที่ 8 มิ.ย.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันอังคาร (6มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ในแดนลบ โดยปรับตัวร่วงลงเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 7 วันทำการ จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ก่อนที่จะมีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลาง, ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ดิ่งลง ที่ล้วนเป็นปัจจัยที่ฉุดให้ตลาดอยู่ในแดนลบ

ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง  47.81 จุดหรือ 0.23% ปิดที่ 21,136.23 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 6.77 จุดหรือ 0.28% ปิดที่ 2,429.33 จุดและดัชนีแนสแด็ก ลบ 20.63 จุด หรือ 0.33% ปิดที่ 6,275.06 จุด

หุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงนำตลาด ขณะที่หุ้นโกลด์แมน แซคส์ร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก

การปรับตัวลงของหุ้นสหรัฐมีขึ้นท่ามกลางการจับตามองเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญสามเหตุการณ์ในวันที่ 8 มิ.ย.ที่จะถึงนี้คือ การเลือกตั้งทั่วไปในอังกฤษ, การประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และการที่นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) จะเข้าให้การต่อวุฒิสภาในประเด็นที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันเขาให้ยุติการสืบสวนต่อข้อกล่าวหาที่ว่ารัสเซียได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 หรือไม่ และปธน.ทรัมป์ได้เรียกร้องให้เขายุติการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กับรัฐบาลรัสเซีย หรือไม่

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ โดยร่วงลงเป็นวันที่ 3 จากความวิตกที่ว่าความขัดแย้งทางการทูตระหว่างกาตาร์ และชาติอาหรับ จะส่งผลกระทบต่อความพยายามในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนจับตาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

การดีดตัวของราคาพันธบัตร ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.1399% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.8036%

ทั้งนี้ ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน