ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่นในแดนลบ ขณะที่นักลงทุนผิดหวังต่อการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทค้าปลีก
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 0.11% ปิดที่ 20,896.61 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลบ 0.15% ปิดที่ 2,390.9 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น 0.09% ปิดที่ 6,121.23 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงนำตลาดวันนี้ ขณะที่หุ้นยูไนเต็ด เฮลท์ ร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก ส่วนราคาหุ้นเจซี เพนนีดิ่งลง 10% ในการซื้อขาย หลังจากที่บริษัทรายงานกำไรที่สูงกว่าคาดในไตรมาสแรก แต่ยอดขายร่วงลงมากกว่าที่คาดไว้
ก่อนหน้านี้ การประกาศผลประกอบการที่ซบเซาของห้างเมซีส์ และนอร์ดสตรอมก็ฉุดให้ราคาหุ้นดิ่งลง และกดดันหุ้นกลุ่มค้าปลีกในสัปดาห์นี้
ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนเม.ย. หลังจากขยับขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนมี.ค. และร่วงลง 0.3% ในเดือนก.พ.
ยอดค้าปลีกในเดือนเม.ย.ได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทรถยนต์ ขณะที่ยอดขายในห้างสรรพสินค้าร่วงลง
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนเม.ย. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.5% ในเดือนเม.ย.
ยอดค้าปลีกที่ปรับตัวขึ้นบ่งชี้ว่ายอดขายที่น่าผิดหวังของห้างเมซีส์ และเจซี เพนนี เป็นสิ่งที่สะท้อนรูปแบบการใช้จ่ายที่ชั่วคราวของผู้บริโภค มากกว่าที่จะสะท้อนถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนมี.ค.
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ดีดตัวขึ้นในเดือนเม.ย. หลังจากที่ทรุดตัวลงมากที่สุดในรอบกว่า 2 ปีในเดือนมี.ค.





