ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ เปิดเผยอาจปฏิเสธคำเชิญเยือนทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากตารางการทำงานและกำหนดการแน่นขนัด รวมถึงกำหนดการเยือนกรุงมอสโกประเทศรัสเซียเพื่อพบและหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินด้วย
ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ กล่าวขณะให้การต้อนรับการมาเยือนของเรือรบ 3 ลำของกองทัพจีน ซึ่งเดินทางไปเยือนเมืองดาเวาบนเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ว่า กำหนดการของตนแน่นมาก จึงยังให้สัญญาอะไรไม่ได้ เพราะตัวเขาเองมีกำหนดการที่จะต้องไปเยือนกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และประเทศอิสราเอลด้วย จึงอาจต้องปฏิเสธคำเชิญของนายทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐดีขึ้นหลังจากนายทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งสืบต่อจากนายบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐ ที่ออกมาวิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับนโยบายปราบปรามยาเสพติดของเขา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายพันคน
ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์เตือนผู้นำฟิลิปปินส์ว่า อาจเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่ใช้ศาลเตี้ยกับการปราบปรามยาเสพติด แต่ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ยืนกรานว่าเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงไม่เคยกระทำผิดกฎหมาย
นายจอห์น ซิฟตัน ตัวแทนของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า การที่นายทรัมป์ แสดงออกอย่างเปิดเผยว่า สนับสนุนประธานาธิบดีดูเตอร์เต เพราะฉะนั้น นายทรัมป์ต้องมีส่วนรับผิดชอบทางศีลธรรม ต่อกรณีล่าสังหารบรรดาผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกัีบยาเสพติดโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมของฟิลิปปินส์ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า ผู้นำสหรัฐได้ออกคำเชิญประธานาธิบดีดูเตอร์เต โดยไม่ได้ปรึกษากับกระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถือเป็นการแหวกธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโอบามา ที่ยกเลิกการพบปะกับผู้นำฟิลิปปินส์ไปเมื่อปีที่แล้ว หลังจากนายดูเตอร์เต เรียกอดีตผู้นำสหรัฐว่าเป็นลูกโสเภณี เนื่องจากไม่พอใจที่นายโอบามา วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดของตนเอง





