วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจญี่ปุ่นฟื้น

ความเชื่อมั่นผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นเดือน มี.ค. ปรับตัวเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน สู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งปีครึ่ง

ผลสำรวจทังกันของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประจำเดือน มี.ค. เผยแพร่เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ระบุว่าความเชื่อมั่นของผู้ผลิตรายใหญ่ประจำเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 12 จากระดับ 10 เมื่อสามเดือนก่อน แม้จะต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ก็สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.2558 เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นของภาคบริการที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส สู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งปี จากความหวังว่าภาคค้าปลีก โรงแรม และร้านอาหารจะไปได้ดี

แม้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ซึ่งเป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่งชี้ว่า กิจกรรมภาคการผลิตลดลงเล็กน้อยในเดือน มี.ค. แต่รายงานทังกันที่ให้ความหวังทำให้ตลาดมองว่า ต่อไปนี้บีโอเจน่าจะลดมาตรการกระตุ้นทางการเงินลงมากกว่าจะขยายมาตรการออกไปอีก

นักเศรษฐศาสตร์จากบาร์เคลย์ส ซีเคียวริตีส์ มองว่า รายงานทังกันแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของภาคการผลิตและบริการปรับตัวอย่างสมดุล ช่วยหนุนทัศนะของบีโอเจที่มองว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีอนาคตสดใส

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเศรษฐกิจญี่ปุ่นส่งสัญญาณคืนชีพเนื่องจากการส่งออกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมได้ประโยชน์จากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว แต่บริษัทใหญ่มองว่าเงื่อนไขอาจแย่ลงเล็กน้อยในสามเดือนข้างหน้า เนื่องจากสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากอียู และท่าทีกีดกันทางการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ

ด้านเรคอฟ บริษัทที่ปรึกษาด้านการควบรวมและการซื้อกิจการ รายงานว่า ในปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มี.ค. บริษัทญี่ปุ่นเข้าซื้อกิจการบริษัทต่างชาติพุ่งขึ้นราว 30% ยอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10.91 ล้านล้านเยน จำนวนการเข้าซื้อเพิ่มขึ้น 6% สู่ระดับสูงสุดตลอดกาล 627 รายการ

ข้อตกลงขนาดใหญ่สุดในปีงบประมาณ 2559 คือซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป ซื้อกิจการเออาร์เอ็ม โฮลดิงส์ ผู้ออกแบบชิปจากอังกฤษ ด้วยมูลค่าราว 24,000 ล้านปอนด์ ทุบสถิติการซื้อกิจการต่างชาติโดยบริษัทญี่ปุ่นเท่าที่เคยมี

นักวิเคราะห์ชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก และประชากรลดลงในญี่ปุ่น ทำให้ผู้นำภาคธุรกิจต้องหาโอกาสการควบรวมและซื้อกิจการในสหรัฐและยุโรป