วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิจัยชี้ 'มลพิษใต้แปซิฟิก' ทำลายโลก

ทีมวิจัยอังกฤษชี้ว่า มลพิษที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่พบในส่วนที่ห่างไกลและเข้าถึงได้ยากที่สุดของโลก กำลังส่งผลกระทบขั้นรุนแรง

ผลการศึกษาบริเวณร่องลึกก้นสมุทรที่ชื่อ "มาเรียนา" และ "เคอร์มาเดค" ในมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร “เนเจอร์ อีโคโลจี และอีโวลูชัน” พบว่า มลพิษที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ชนิดต่างๆ บริเวณส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทร ประกอบด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (พีโอพี) ปริมาณมากที่อยู่ในชั้นไขมันของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก

รายงานระบุว่า จากการตรวจตัวอย่างแอมฟิพอดที่อาศัยใต้ทะเลลึกกว่า 10 กม. พบว่าปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีที่เรียกว่า โพลีคลอริเนต ไบเฟนิลส์ (พีซีบี) และโพลีโบรมิเนค ไดเฟนิล อีเธอร์ส (พีบีดีอี) ที่มักใช้ทำฉนวนไฟฟ้าและสารหน่วงไฟ แต่ถูกสั่งห้ามใช้ไปแล้วเมื่อทศวรรษที่ 70

นายอลัน เจมีสัน อาจารย์อาวุโสด้านนิเวศวิทยาทางทะเล มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลของอังกฤษ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะนักวิจัย เผยว่า รู้สึกตกใจที่พบปริมาณสารพิษในท้องของแอมฟิพอดที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าการเปรียบเทียบจะยากลำบากในบางครั้งเพราะขึ้นอยู่กับกระบวนการเผาผลาญอาหารและสิ่งต่างๆ ของแอมฟิพอด ซึ่งปริมาณที่พบยังสูงกว่าหนึ่งในแม่น้ำที่มีมลพิษสูงที่สุดในจีนถึง 50 เท่า

ทั้งนี้ ร่องลึกก้นสมุทรทั้ง 2 แห่งในทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ใกล้พื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น