ผลพวงจากการที่ปักขาดการไตร่ตรอง เปิดทางให้สหรัฐเข้ามาติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธขั้นสูง (ทาด)ในเกาหลีใต้ยังคงเป็นประเด็นหลอกหลอนทั้งภูมิภาค
เมื่อวันศุกร์(10มี.ค.)ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ มีมติถอดถอน นางสาวปัก กึน เฮ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากที่ศาลวินิฉัยว่า เธอละเมิดกฎหมายด้วยการปล่อยให้นางชอย ซุน ซิล เพื่อนสนิทเข้ามาก้าวก่ายงานของรัฐบาล ส่งผลให้ชีวิตการเป็นผู้นำประเทศของนางสาวปักต้องจบลงอย่างไร้เกียรติ
แต่ขณะที่เธอกำลังออกจากทำเนียบประธานาธิบดี ผลพวงจากการที่เธอขาดการไตร่ตรอง จนเปิดทางให้สหรัฐเข้ามาติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธขั้นสูง (ทาด)ในเกาหลีใต้ได้นั้น จะยังคงเป็นประเด็นหลอกหลอนเกาหลีใต้และทั้งภูมิภาค
สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ ที่จะมีขึ้นภายในเวลา 60 วันนับจากนี้ โดยคาดว่าการเลือกตั้งจะกำหนดขึ้นในวันที่ 9 พ.ค.แม้ว่าขณะนี้ ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใดจะชนะการเลือกตั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ ผู้นำประเทศคนใหม่ของเกาหลีใต้ จำเป็นต้องเผชิญกับปัญหาด้านภูมิศาสตร์การเมืองที่ละเอียดอ่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้
เนื่องด้วยนโยบายทาดของนางสาวปัก เกาหลีใต้จึงได้รับผลกระทบอย่างหนักในแง่ของความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ออกจากคาบสมุทรเกาหลี
ใครก็ตามที่จะเข้ามาเป็นผู้นำเกาหลีใต้ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ คำถามที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้นำคนใหม่ต้องตอบคือ แนวทางรับมือกับความสัมพันธ์ที่ถูกบั่นทอนอย่างรุนแรงกับจีน รวมถึงการรับมือกับปัญหาท้าทายด้านความมั่นคงอันเป็นผลจากระบบทาดนี้
หากเกาหลีใต้ต้องการความสงบสุขอย่างแท้จริงต่อตนเองและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงทั่วทั้งภูมิภาค ก็ควรหาทางจัดการกับภัยคุกคามความมั่นคงที่ทาดมีต่อจีน ควรพิจารณานโยบายเกาหลีเหนือใหม่ และหันหน้าเจรจาให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้





