“สตาร์บัคส์” ยืนยันว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากการรณรงค์คว่ำบาตรทางสังคมออนไลน์ หลังบริษัทประกาศจะจ้างผู้ลี้ภัย 10,000 คนเข้าทำงาน
นายแมตต์ ไรอัน เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายยุทธศาสตร์ของสตาร์บัคส์ เชนกาแฟชื่อดังของสหรัฐกล่าวว่า ผลจากการสำรวจของ “ยูกอฟ แบรนด์อินเด็กซ์” (YouGov BrandIndex) ที่ชี้ว่าการคว่ำบาตรบนสังคมออนไลน์สร้างความเสื่อมเสียให้กับสตาร์บัคส์นั้น ไม่ได้สะท้อนความพึงพอใจของผู้บริโภคและแนวโน้มการรับรู้ที่บริษัทเห็นมาจนถึงขณะนี้
บริษัทสตาร์บัคส์ ประกาศจ้างผู้ลี้ภัย 10,000 คนทั่วโลกในช่วง 5 ปีข้างหน้าเมื่อวันที่ 29 มกราคม ไม่นานหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งบริหารฉบับแรกห้ามรับคนจาก 7 ประเทศมุสลิมชั่วคราว ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าผู้สนับสนุนนายทรัมป์ที่เรียกร้องให้ผู้บริโภคคนอื่น ๆ หยุดอุดหนุนเครือข่ายร้านกาแฟแห่งนี้
นอกจากนี้ “แคนตาร์ มิลวอร์ด บราวน์” บริษัทวิจัยการตลาดที่ประเมินคุณค่าตราสินค้าให้กับสตาร์บัคส์มาตั้งแต่ปี 2556 ระบุว่า ธุรกิจสตาร์บัคส์ไม่ได้รับกระทบจากมาตรการของผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องกับคำสัญญาว่าจะจ้างผู้ลี้ภัยเลย
นายไบรอัน เจมส์ ประธานฝ่ายตราสินค้าและพฤติกรรมการสื่อสารของบริษัทแคนตาร์ มิลวอร์ด บราวน์ เผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังการประกาศดังกล่าว ยังมองไม่เห็นผลกระทบสำคัญใด ๆ ต่อการพิจารณาของผู้บริโภค ความต้องการมาใช้บริการซ้ำ หรือการรับรู้ในตราสินค้า หรือตัวบ่งชี้ที่สำคัญอื่นใดสำหรับยี่ห้อสตาร์บัคส์
นายเจมส์เสริมว่า การประเมินของบริษัทของเขาไม่ได้พิสูจน์สิ่งที่พบจากการสำรวจของยูกอฟ แบรนด์อินเด็กซ์ ซึ่งมีข้อมูลเผยว่า การรับรู้ของผู้บริโภคและการพิจารณาซื้อมีตัวเลขที่ลดลงหลังจากการประกาศจ้างผู้ลี้ภัย
ขณะที่โฆษกของยูกอฟ แบรนด์อินเด็กซ์บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า พวกเขายืนยันในความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลดังกล่าว





