วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เฟดประสานเสียง 14-15 มี.ค.ขึ้นดอกเบี้ย

เจ้าหน้าที่เฟดประสานเสียง ประชุม 14 - 15 มี.ค.ขึ้นดอกเบี้ย

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังเตรียมการสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในช่วงต่อไปในเดือนนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น และเปิดโอกาสสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นางลาเอล เบรนาร์ด ผู้ว่าการคนหนึ่งของเฟดกล่าวว่าหลังจากภาวะแวดล้อมในต่างประเทศเคยเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้ภาวะแวดล้อมในต่างประเทศก็ดูเหมือนจะอยู่ในภาวะที่น่าพึงพอใจยิ่งกว่าในช่วงก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่ายังคงมีความเสี่ยง

นางเบรนาร์ดกล่าวเสริมว่าถ้าหากมีความก้าวหน้าต่อไป ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมในการปรับลดการผ่อนคลายเพิ่มเติม โดยยังคงดำเนินการเรื่องนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อไป

ถ้อยแถลงในวันพุธเป็นสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่นางเบรนาร์ดมักจะกล่าวเป็นประจำในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะนางเบรนาร์ดมักจะแสดงความเห็นอย่างระมัดระวัง และมักจะแสดงแนวโน้มแบบสายพิราบ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เฟดคนอื่นๆ ก็ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.เช่นกัน

ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดบางคนในสัปดาห์นี้ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. โดยปรับขึ้นจากโอกาสราว 20% ในสัปดาห์ที่แล้ว

นักลงทุนรอฟังถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดในวันศุกร์นี้ โดยความเห็นของนางเบรนาร์ดในวันพุธมีแนวโน้มที่จะทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 15 มี.ค.

นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดสาขาดัลลัส เชื่อว่าเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งมากพอจนเราสามารถจัดการได้

นายแคปแลน กล่าวอีกว่าเราควรจะเริ่มต้นกระบวนการในเร็วๆ นี้ เพื่อที่เราจะได้มั่นใจว่า กระบวนการนี้จะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่รีบเร่ง”

ทั้งนี้ นายแคปแลนเป็นสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงในคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ในปีนี้
ในบรรดาผู้ว่าการ 5 คนของเฟดนั้น มีถึง 4 คนที่ออกมาแสดงความเห็นในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงนางเยลเลนที่จะกล่าวแถลงในวันศุกร์นี้

ภายใต้กฎภายในของเฟดสำหรับการสื่อสารต่อสาธารณชนนั้น วันศุกร์ที่ 3 มี.ค.นี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับผู้กำหนดนโยบายของเฟดในการกำหนดการคาดการณ์ในตลาดก่อนที่เฟดจะจัดประชุมในวันที่ 14-15 มี.ค.

ก่อนหน้านี้ นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์คกล่าวว่า เหตุผลที่ใช้สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน “มีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา”

นายดัดลีย์เป็นผู้มีสิทธิออกเสียงถาวรในคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (เอฟโอเอ็มซี)

ด้านนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก กล่าวเช่นเดียวกันว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังในการประชุมเดือนมี.ค. เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะการจ้างงานเต็มที่ และอัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น โดยยังมองไม่เห็นความจำเป็นในการเลื่อนเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป

ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด, ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่แข็งแกร่งขึ้น และตัวเลขกิจกรรมภาคการผลิตที่ปรับสูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 15 มี.ค. ในขณะที่เฟดคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 3 ครั้งในปีนี้

เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนม.ค.ปีนี้ และก่อนหน้านี้ตลาดเคยคาดว่า เฟดอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงเดือนพ.ค.หรือมิ.ย. เพราะยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแผนการคลังของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ทางด้านนางเบรนาร์ดกล่าวในวันพุธว่า การที่รัฐบาลสหรัฐจะดำเนินมาตรการกระตุ้นทางการคลังถือเป็นความเสี่ยง "ช่วงขาขึ้น"

ผู้กำหนดนโยบายของเฟดหลายคนมองว่า การคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปถือเป็นสิ่งที่เหมาะสม ไม่ว่าเศรษฐกิจจะได้รับแรงหนุนจากนโยบายการคลังหรือไม่ก็ตาม เพราะว่าอัตราเงินเฟ้อขยับขึ้นในช่วงนี้ และเศรษฐกิจสหรัฐใกล้จะบรรลุภาวะการจ้างงานเต็มที่

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.จะเปิดโอกาสให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปได้อีก ถ้าหากนโยบายของปธน.ทรัมป์ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเปิดโอกาสให้เฟดหยุดพักจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถ้าหากนโยบายของปธน.ทรัมป์ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง หรือถ้าหากการเลือกตั้งในยุโรปส่งผลให้ตลาดปั่นป่วนวุ่นวาย