“ฮิวแมนไรท์วอทช์” ออกโรงจี้เมียนมาเอาผิดผู้บังคับบัญชาทหารและตำรวจ หากพบว่าปล่อยให้ลูกน้องข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศสตรีและเด็กสาวชาวโรฮิงญา
กลุ่มสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมนไรท์วอทช์” ที่มีสำนักงานในนครนิวยอร์กของสหรัฐ รายงานในวันนี้ (6 ก.พ.) ว่า จากการสัมภาษณ์ชาวโรฮิงญาประมาณ 69,000 คนที่หนีไปบังกลาเทศตั้งแต่กองทัพเมียนมาเข้าปิดล้อมพื้นที่ทางเหนือของรัฐยะไข่ตั้งแต่เดือนต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าการข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศสตรีและเด็กหญิงชาวโรฮิงญาซึ่งบางรายอายุเพียง 13 ปีนั้นไม่ใช่การก่อเหตุแบบสุ่มหรือฉวยโอกาส แต่เป็นการทำอย่างเป็นระบบและร่วมมือกัน ส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากเรื่องเชื้อชาติและศาสนา
เหยื่อและผู้เห็นเหตุการณ์เผยกับนักวิจัยของฮิวแมนไรท์วอทช์ว่า ผู้ก่อเหตุเป็นทหารหรือตำรวจชายแดนเพราะดูจากเครื่องแบบ ผ้าพันคอ และเครื่องหมายที่แขนเสื้อ ฮิวแมนไรท์วอทช์จึงขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมาลงโทษนายทหารหรือตำรวจหากพบว่าไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่ขัดขวางการก่ออาชญากรรมเหล่านั้นหรือไม่ลงโทษลูกน้องที่กระทำผิด
รายงานล่าสุดของฮิวแมนไรท์วอทช์มีขึ้นหลังจากสหประชาชาติ หรือยูเอ็นระบุเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่กองกำลังรักษาความมั่นคงของเมียนมาจะก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ขณะที่ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเผยเมื่อวันศุกร์ (3 ก.พ.) ว่า นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมาซึ่งเป็นผู้นำโดยพฤตินัย เคยรับปากว่า จะตรวจสอบข้อกล่าวหาดังกล่าว




