ผู้นำสหรัฐยืนยันว่า มาตรการแบนวีซ่าพลเมือง 7 ประเทศไม่ได้จงใจกีดกันชาวมุสลิม
ผู้นำสหรัฐยืนยันว่า มาตรการแบนวีซ่าพลเมือง 7 ประเทศไม่ได้จงใจกีดกันชาวมุสลิม แต่เพื่อปกป้องอเมริกาจากผู้ก่อการร้าย ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากทุกสารทิศ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่ารัฐบาลสหรัฐไม่ได้จงใจแบนชาวมุสลิม พร้อมตำหนิสื่อมวลชนว่ารายงานผิดพลาด และมาตรการนี้ไม่เกี่ยวกับศาสนา แต่เกี่ยวกับลัทธิก่อการร้าย และการปกป้องประเทศให้ปลอดภัย
มาตรการแบนผู้ลี้ภัยอย่างน้อย 120 วัน ทำให้นายทรัมป์ต้องเผชิญกระแสประท้วงอย่างรุนแรงทั่วโลก ซึ่งถือเป็นบททดสอบแรกที่หนักหน่วงสำหรับผู้นำคนใหม่ที่เข้ารับตำแหน่งได้เพียง 9 วัน โดยภายใต้คำสั่งบริหารของเขานั้นผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจะถูกห้ามเข้าสหรัฐอย่างไม่มีกำหนด ส่วนพลเมืองอิหร่าน อิรัก ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมนจะถูกห้ามเข้าอเมริกาเป็นเวลา 90 วัน
นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังเปรียบเทียบนโยบายนี้กับคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งเคยสั่งห้ามผู้ลี้ภัยอิรักเข้าสหรัฐ 6 เดือน เมื่อปี 2554 รวมถึงขึ้นบัญชีอีก 6 ประเทศที่ถูกรัฐบาลปัจจุบันแบนมาแล้วเช่นกัน
ขณะที่นายไรน์ซ พรีบัส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวให้สัมภาษณ์ในรายการ “มีท เดอะ เพรส” ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี อ้างว่า มาตรการแบนผู้ลี้ภัยคือสิ่งที่ชาวอเมริกัน 75-80% เห็นด้วย และคำสั่งแบนชั่วคราวนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงผู้ที่ถือกรีนการ์ด แต่ใครก็ตามที่เดินทางไปหรือกลับจาก 7 ประเทศเหล่านี้ต้องผ่านมาตรการคัดกรองเป็นกรณีพิเศษ แม้จะเป็นพลเมืองอเมริกันก็ตาม




