ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ แหล่งจ้างงานแรงงานต่างด้าวรายใหญ่ ตอบโต้นโยบายทรัมป์ว่าไร้จริยธรรม ปราศจากคุณค่าอเมริกัน
สืบเนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อวันศุกร์ (27 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ห้ามพลเมืองประเทศมุสลิม 7 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐ แม้มีวีซ่าหรือได้รับอนุญาตให้พำนักถาวร ส่งผลให้หลายบริษัทตั้งตัวไม่ทัน
นายรีด แฮสติงส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เน็ตฟลิกซ์ อิงค์ กล่าวว่า นั่นเป็นสัปดาห์ที่เลวร้าย ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องจับมือกันปกป้องค่านิยมอเมริกันเรื่องเสรีภาพและโอกาส
ส่วนนายทิม คุ้ก ซีอีโอแอ๊ปเปิ้ลอิงค์ มีจดหมายถึงพนักงานแจ้งว่า นโยบายของบริษัทไม่สนับสนุนคำสั่งของนายทรัมป์ พร้อมรับปากว่าจะช่วยเหลือพนักงานที่เดือดร้อนโดยบริษัทติดต่อกับทำเนียบขาวเพื่ออธิบายผลเสียที่มีต่อพนักงานและแอ๊ปเปิ้ลอิงค์แล้ว
ด้านนายแอรอน เลวี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอคนดังจากบ็อกซ์ อิงค์ กล่าวว่า คำสั่งฝ่ายบริหารว่าด้วยการเข้าเมืองไร้จริยธรรมและขัดกับค่านิยมอเมริกัน
คำสั่งดังกล่าวสร้างความหนักใจให้กับบริษัทเทคโนโลยีหลายราย เนื่องจากอาจทำให้พนักงานจำนวนมากตกค้างอยู่ในต่างแดนกลับสหรัฐไม่ได้
ขณะที่บริษัทกูเกิล ของอัลฟาเบต อิงค์ รีบเรียกตัวพนักงานในต่างประเทศกลับสหรัฐทันที พร้อมแจ้งไม่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของนายทรัมป์เดินทางออกจากสหรัฐ
นายซันดาร์ พิชัย ซีอีโอกูเกิล ส่งอีเมลถึงพนักงานว่า ลูกจ้างกูเกิลที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนกว่า 100 คน มีพนักงานสัญชาติอิหร่านคนหนึ่งซึ่งได้สิทธิพำนักในสหรัฐตามกฎหมาย เดินทางกลับสหรัฐก่อนคำสั่งมีผลบังคับใช้เพียงไม่กี่ชั่วโมง





