เพราะได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปิดตลาดปรับตัวขึ้น ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเดือนพ.ย.ที่ขยายตัวเกินคาด
หุ้นนิวยอร์กปิดตลาดวันจันทร์ในแดนบวก อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบ ที่ยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสมาชิกของกลุ่มฯ สามารถบรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันเป็นครั้งแรกรอบ 8 ปี ขณะที่ไอเอสเอ็ม เผยภาคบริการสหรัฐเดือนพ.ย.ขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น30.85 จุดหรือ 0.16% ปิดที่ 19,201.27 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 10.55 จุดหรือ 0.48% ปิดที่ 2,202.5 จุดและดัชนีแนสแด็ก บวก 45.70 จุดหรือ 0.87% ปิดที่ 5,301.35 จุด
ทั้งนี้ เทรดเดอร์ยังคงขานรับข้อตกลงของกลุ่มโอเปคในสัปดาห์ที่แล้ว โดยสัญญาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐ ยังคงมีการซื้อขายอย่างคึกคัก หลังจากที่ประชุมโอเปค สามารถบรรลุข้อตกลงลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่ระดับ 33.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเป็นไปตามกรอบข้อตกลงในการประชุมที่กรุงอัลเจียร์ส ประเทศแอลจีเรีย ในเดือนก.ย.
ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ไอเอสเอ็ม) พบว่า ดัชนีภาคบริการของไอเอสเอ็ม ขยายตัวที่ระดับ 57.2 ในเดือนพ.ย. พุ่งขึ้นจากระดับ 54.8 ในเดือนต.ค. โดยเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว หรือในรอบ 13 เดือน รวมทั้งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 55.4
ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะการขยายตัวของภาคบริการ ส่วนระดับที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมภาคบริการหดตัวลง
ทั้งนี้ กิจกรรมทางธุรกิจและการจ้างงานต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ย. โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2558 ที่ 58.2 จาก 53.1 ส่งสัญญาณถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง





