แม้จะเป็นวีรบุรุษและเผด็จการในสายตาใครหลายคน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ฟิเดล คาสโตร คือ บุรุษผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่
ฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำปฏิวัติสังคมนิยมคิวบา ซึ่งมีอายุครบ 90 ปี เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อเวลา 22.29 น.ของวันศุกร์ ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 05.29 น.ของวันนี้ตามเวลาประเทศไทย หลังจากต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยมานาน
ภาพของนักปฏิวัติหนุ่ม ที่นำกองกำลังลงจากภูเขาพร้อมปืนไรเฟิลในมือ กลายเป็นภาพจำของบรรดาผู้ที่ชื่นชมในตัว ฟิเดล คาสโตร แต่นโยบายแบบคอมมิวนิสต์และการปราบปรามผู้ต่อต้านอย่างรุนแรงของเขาก็ทำให้สหรัฐและมหาอำนาจตะวันตกไม่พอใจ
ฟิเดล คาสโตร เป็นนักปฏิวัติและนักการเมืองคิวบา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคิวบา ตั้งแต่ปี 2502-2519 ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคิวบา ตั้งแต่ปี2519-2551และยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์คิวบา นับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคเมื่อปี 2504 จนถึงปี2554 เขามีแนวคิดทางการเมืองแบบมากซ์-เลนิน ภายใต้การปกครองประเทศสาธารณรัฐคิวบาได้เปลี่ยนเป็นรัฐสังคมนิยมพรรคการเมืองเดียว โดยยึดอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเป็นของรัฐ และมีบทบาทสำคัญในการปฎิวัติคิวบา
ฟิเดล คาสโตร ปกครองคิวบาอยู่เป็นเวลานานถึง 48 ปีเต็ม และได้เห็นการเปลี่ยนตัวผู้นำในสหรัฐถึง 11 คน แต่ในช่วง 1 ทศวรรษหลังจากที่เขาลงจากอำนาจและให้น้องชายคือนายราอูล คาสโตร ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน คิวบาก็ปรับโฉมเป็นโลกใหม่ที่ไม่ถือว่าสหรัฐคือ ศัตรูอย่างเป็นทางการอีกต่อไป
แต่ฟิเดล คาสโตร ยังคงมีอิทธิพลทางอ้อมต่อผู้นำในรัฐบาลคิวบาบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายปฏิรูปของนายราอูล และข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างนายราอูล คาสโตร กับประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ที่ประกาศออกมาเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2557 ส่งผลให้ความหมางเมินระหว่างเพื่อนบ้านทั้งสองชาติสิ้นสุดลง
เมื่อวันที่ 20 มี.ค.นายโอบามา เดินทางเยือนคิวบาอย่างเป็นทางการ และคิวบาได้ให้การต้อนรับผู้นำสหรัฐอย่างสมเกียรติ ซึ่งการเยือนคิวบาของนายโอบามา ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับสหรัฐ ที่เป็นคู่อริกันมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ และนายโอบามา ถือเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกในรอบ 88 ปี ที่เดินทางเยือนคิวบา





