วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อีซีบี'ออกโรงเตือน 'ทรัมป์' กีดกันค้าฉุดศก.โลก

"รองประธานอีซีบี" เตือนนโยบายกีดกันการค้าของ "ทรัมป์" ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ หวั่นประเทศตลาดเกิดใหม่กระทบหนัก

หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ มีชัยเหนือนางฮิลลารี คลินตัน ตลาดเงินโลกยังคงปั่นป่วน ไปพร้อมกับการชุมนุมประท้วงในหลายเมืองในสหรัฐ ขณะเดียวกันในแง่นโยบายการค้าตามที่เขาหาเสียง โดยเน้นให้ความสำคัญกับอเมริกา” หรือ“ อเมริกาเฟิร์สต์” ทำให้หลายฝ่ายมองว่าจะนำไปสู่นโยบายกีดกันทางการค้า

นายวิกเตอร์ คอนสแตนซิโอ รองประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตือนว่านโยบายกีดกันการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เสี่ยงฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจให้อ่อนแอลง จากปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกก็เผชิญความไม่แน่นอนในระดับสูงอยู่แล้ว

นายคอนสแตนซิโอกล่าวว่า ปฏิกิริยาแง่บวกในตลาดเงิน ต่อชัยชนะอันเหนือความคาดหมายของนายทรัมป์ อาจดำเนินไปในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น โดยปัจจัยที่หนุนนำตลาดก็คือการที่นักลงทุนรู้สึกว่าสหรัฐจะดำเนินนโยบายทุ่มการใช้จ่ายอย่างหนัก ตามที่นายทรัมป์เคยหาเสียงไว้ว่าจะลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ

รองประธานอีซีบีระบุว่า คำสัญญาระหว่างหาเสียงของนายทรัมป์ก่อให้เกิดการคาดหมายว่าจะช่วยหนุนนำเศรษฐกิจสหรัฐให้เติบโต แต่นโยบาย “ให้ความสำคัญกับอเมริกา” หรือ“ อเมริกาเฟิร์สต์” ของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะก่อให้เกิดผลลบต่อประเทศอื่นทั่วโลกในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งหลังจากชูประเด็นกีดกันการค้าแบบสุดโต่ง ด้วยการประกาศจะยกเลิกข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศ อันทำให้คนอเมริกันตกงาน ทั้งยังต่อต้านการที่บริษัทอเมริกันไปตั้งโรงงานในต่างประเทศ

นายคอนสแตนซิโอกล่าวว่ากระแสกีดกันการค้าที่มากขึ้นในสหรัฐ อาจทำให้มีความต้องการสินค้านำเข้าน้อยลง จนส่งผลเสียต่อประเทศต่างๆ ที่ส่งออกไปยังสหรัฐ สภาพการณ์ดังกล่าวจะทำให้การค้าโลก ซึ่งซบเซาอยู่แล้ว อาจยิ่งซบเซาหนักขึ้น จนกระทบต่อประเทศต่างๆ ที่พึ่งพาการส่งออก โดยประเทศตลาดเกิดใหม่จะเปราะบางมากหากกระแสการค้าโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง

หยวนอ่อนสุด 8 ปี

ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางเงินหยวนอ่อนสุดรอบเกือบ 8 ปี ที่ 6.8495 หยวนต่อดอลลาร์วานนี้ (15 พ.ย.) หลังจากดอลลาร์แข็งค่า โดยก่อนหน้านี้เงินหยวนอ่อนค่าเกือบต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีท่ามกลางการคาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่รวดเร็วขึ้น สืบเนื่องจากนโยบายที่นายทรัมป์หาเสียงว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายและลดภาษี

นักวิเคราะห์กล่าวว่าจีนอาจเข้าแทรกแซงเพื่อประคองเงินหยวนไม่ให้อ่อนค่ามากกว่าไปกว่านี้

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์เทียบเยนอยู่ที่ 107.61 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่เดือนก.ค. และเงินยูโรเทียบดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 11 เดือนแต่ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.0709 ดอลลาร์ต่อยูโรในช่วงท้ายของการซื้อขาย

ค่าเงินตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่ในเอเชียแข็งค่าขึ้น ทั้งเงินรูเปียะห์อินโดนีเซียที่แข็งค่า 0.1% เงินวอนเกาหลีใต้ที่แข็งค่าขึ้น 0.6% ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่า 0.1% ขณะที่เงินริงกิตมาเลเซียอ่อนค่ามากสุดในรอบ 10 เดือน โดยลดลงไป 0.5%

นางเอมี หยวนฉวน นักวิเคราะห์แห่งนอร์เดียมาร์เกต กล่าวว่าปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นคือความไม่แน่นอนเกี่ยวเนื่องกับนายทรัมป์ ทำให้มีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และคาดว่าค่าเงินตลาดเกิดใหม่ในเอเชียจะอ่อนค่าลงอีก เพราะนักลงทุนมองว่ามีโอกาส 92% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. อันจะทำให้ค่าเงินเอเชียถูกกดดันไปถึงเดือนหน้า

ที่ปรึกษาความมั่นคงเตือนถอนตัวทีพีพี

นางซูซาน ไรซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ยอมรับว่าสภาจะไม่ให้สัตยาบันข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก (ทีพีพี) ก่อนประธานาธิบดีบารัก โอบามา หมดวาระ พร้อมเตือนว่าหากสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงทีพีพีตามที่นายทรัมป์เคยหาเสียงไว้ จะเปิดโอกาสให้จีนได้ขยายอิทธิพลในหมู่พันธมิตรสหรัฐในเอเชียอาคเนย์

นางไรซ์กล่าวว่ากระแสการค้าในโลกจะไม่หยุดนิ่ง และจะมีการทำค้าขายกันไปเรื่อยๆ ซึ่งสหรัฐก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการค้า แต่จะไม่สามารถจัดวางกรอบให้ตอบสนองค่านิยมและผลประโยชน์ของสหรัฐในกรณีที่ถอนตัวจากทีพีพี และจะก่อให้เกิดสุญญากาศสำหรับประเทศต่างๆ อย่างจีน ที่จะเข้ามาสวมรอยทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐ

อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กตัวเก็งรมว.ตปท.

แหล่งข่าวเผยว่านายรูดี จูเลียนี อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เป็นตัวเก็งในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลใหม่สหรัฐ สำหรับคนอื่นที่ติดโผตำแหน่งนี้รวมถึงนายจอห์น โบลตัน อดีตทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงต่างประเทศที่รับผิดชอบด้านการควบคุมอาวุธและความมั่นคงระหว่างประเทศ ทั้งยังคอยให้คำปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศแก่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกันหลายคน

นายจูเลียนี วัย 72 เคยเป็นนายกเทศมนตรีนิวยอร์กช่วงวินาศกรรม 11 ก.ย. 2544 และสนับสนุนนายทรัมป์มาตลอด ทั้งยังมักไปช่วยในการหาเสียง พร้อมกล่าวโจมตีนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยกล่าวหานางฮิลลารีว่าละเมิดกฎหมายเพราะใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวในการรับส่งข้อความลับ

นายนิวท์ กิงริช อดีตประธานสภาล่าง เป็นอีกคนหนึ่งที่ติดโผรายชื่อรัฐมนตรีต่างประเทศ

“ปูติน”หารือ“ทรัมป์”ฟื้นฟูสัมพันธ์

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้หารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทางโทรศัพท์ และเห็นพ้องถึงความจำเป็นฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ โดยประธานาธิบดีปูตินและนายทรัมป์ตกลงจะพบปะกันตัวต่อตัวด้วย

คณะทำงานของนายทรัมป์แถลงว่า ประธานาธิบดีปูตินเป็นฝ่ายโทรศัพท์หานายทรัมป์ เพื่อแสดงความยินดีที่ชนะการเลือกตั้งสหรัฐ

นักศึกษาประท้วงทั่วประเทศ

นักเรียน-นักศึกษาในหลายรัฐของสหรัฐผละชั้นเรียนเพื่อประท้วงนายทรัมป์อย่างต่อเนื่อง โดยนักเรียนในนครลอสแองเจลีสถือป้ายข้อความ “ลุกขึ้น” และ “ยืนหยัดร่วมกัน” ระหว่างการเดินขบวนอย่างสงบ แม้เจ้าหน้าที่ประจำโรงเรียนขอให้นักเรียนหาทางอื่นในการแสดงความโกรธแค้นผลเลือกตั้ง

นางมิเชลล์ คิง ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในลอสแองเจลีส กล่าวว่าแม้การเลือกตั้งผ่านมาแล้วเกือบ 1 สัปดาห์ แต่นักเรียนจำนวนมากยังวิตกเกี่ยวกับผลลัพธ์และต้องการแสดงความไม่พอใจ

เช่นเดียวกับนักเรียน-นักศึกษาในเมืองพอร์ทแลนด์รัฐโอเรกอน และเมืองซิลเวอร์สปริงในรัฐแมรีแลนด์ที่เดินขบวนผ่านใจกลางเมือง โดยมีผู้คนตะโกนให้กำลังใจ ขณะคนขับรถบางคนบีบแตรสนับสนุน เจ้าหน้าที่ดูแลการศึกษารัฐแมรีแลนด์กล่าวว่านักเรียนทุกคนจะถูกคาดโทษหากไม่มีคำอธิบายจากผู้ปกครองเกี่ยวกับเหตุผลที่ขาดเรียน

สกุลเงินเอเชียรีบาวด์

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า เงินบาทไทยเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นไปทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค โดยวานนี้ (15พ.ย.) เงินบาทปิดตลาดที่ 35.37 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับวันก่อนหน้าซึ่งอยู่ระดับ 35.44 บาทต่อดอลลาร์

“ตลาดเริ่มรีบาวด์กลับมา ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะก่อนหน้านี้มีแรงเทขายออกมามาก ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มกลับเข้ามา”

อย่างไรก็ตาม แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้น แต่ถ้าดูตลาดการลงทุนต่างๆ ในประเทศ พบว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ โดยตลาดตราสารหนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิวานนี้ประมาณ 9 พันล้านบาท และถ้าดูตั้งแต่วันที่ 10-15 พ.ย. นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิรวมกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท

ส่วนตลาดหุ้นไทยวานนี้มียอดขายสุทธิจากผู้ลงทุนต่างชาติ 2,660 ล้านบาท และหากดูยอดสะสมตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.มา พบว่านักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิรวมแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท

“คิดว่าต่างชาติคงยังทยอยขายต่อเนื่องในตลาดบอนด์ เพราะถ้าดูส่วนต่างผลตอบแทนของบอนด์ไทย(บอนด์ยีลด์) กับของสหรัฐ ส่วนต่างถือว่าน้อยมาก บอนด์ยีลด์ 10 ปีของไทยอยู่ที่ประมาณ 2.5% ส่วนของสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 2.2% มีส่วนต่างแค่ 0.3% เท่านั้น ซึ่งแคบมาก”

ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท น่าจะเริ่มทรงตัวต่อเนื่องเพื่อรอดูการแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสนี้