หลายประเทศทั่วโลกแห่ชมปรากฏการณ์ “ซูเปอร์ฟูลมูน” ครั้งแรกในรอบ 68 ปี
นอกจากในประเทศไทยแล้ว เมืองซิดนีย์ของออสเตรเลียยังได้ชมปรากฎการณ์ซูเปอร์ฟูลมูนเมื่อเวลา 19.15 น.วันจันทร์ (14 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 15.15 น.ตามเวลาประเทศไทย โดยประชาชนในเมืองซิดนีย์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ต่างขึ้นไปบนสะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ เพื่อจะได้เห็นปรากฏการณ์นี้ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ส่วนในจีน ชาวจีนทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงในกรุงปักกิ่งและหลายเมือง ต่างตื่นตากับปรากฏการณ์นี้เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น และมีรายงานว่าจุดที่เห็นดวงจันทร์ชัดเจนที่สุด รวมไปถึงทะเลสาบต้าหมิงในมณฑลซานตง แม่น้ำไห่เหอในเทศบาลนครเทียนจิน และพระราชวังกู้กงเสิ่นหยางในมณฑลเหลียวหนิง
ขณะที่กรุงวอชิงตันและนครนิวยอร์กของสหรัฐที่เพิ่งเข้าสู่วันจันทร์ ก็ได้เห็นปรากฏการณ์นี้ช่วงกลางดึกเช่นกัน เช่นเดียวกับประเทศในยุโรปอย่างสเปน ที่เห็นปรากฏการณ์ซูเปอร์ฟูลมูนบนท้องฟ้าเมื่อคืนวันอาทิตย์ (13 พ.ย.)
ส่วนประชาชนหลายล้านคนในซีกโลกตะวันตก อย่างเยอรมนี กรีซ อิตาลี โปรตุเกส และโครเอเชีย ต่างได้เห็นดวงจันทร์ชัดเจนขึ้น และใหญ่ขึ้นกว่าเดิมในคืนจันทร์ (14 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับวันอังคารของประเทศไทย
นักดาราศาสตร์ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้ ซึ่งทำให้คนบนโลกเห็นดวงจันทร์ใหญ่ขึ้นกว่าปกติ 14% และสว่างกว่าเดิม 30% เกิดจากการที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด โดยอยู่ห่างจากพื้นผิวโลกราว 348,400 กิโลเมตร ใกล้กว่าค่าเฉลี่ยถึง 35,400 กิโลเมตร และหากใครพลาดการชมปรากฎการณ์ซูเปอร์ฟูลมูนในค่ำคืนนี้ จะต้องรอถึงปี 2577 จึงจะได้ชมปรากฏการณ์นี้อีกครั้ง




