วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาด 'ทรัมป์' ทุ่มใช้จ่ายเงินดันดอลล์แข็ง

แนวโน้ม"ทรัมป์"ทุ่มใช้จ่ายบวกคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยรวดเร็วเกินคาด ทำนักลงทุนเทขายค่าเงินตลาดเกิดใหม่ เข้าถือสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ ดันดอลล์แข็งค่า

ค่าเงินตลาดเกิดใหม่ในเอเชียถูกเทขาย หลังจากนักลงทุนมองว่านโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะก่อให้เกิดเงินเฟ้อและผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่รวดเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ อันทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ เข้าไปสู่สินทรัพย์ในรูปของเงินดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าในตลาดโตเกียววานนี้ (11 พ.ย.) โดยทะยานเกือบแตะระดับ 107 เยนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนก.ค. เงินดอลลาร์ยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินในตลาดเกิดใหม่เอเชีย อย่างเงินรูเปียะห์อินโดนีเซียที่ทรุดตัวไป 2.6% ระหว่างการซื้อขาย เงินริงกิตมาเลเซียอ่อนค่า 1% แต่ในตลาดออฟชอร์ปรากฏว่าเงินริงกิตอ่อนยวบ 3% สู่ระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 12 ปี เงินเปโซฟิลิปปินส์ร่วงไปอยู่ที่ 48.955 เปโซต่อดอลลาร์ ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนก.ย. 2552

ส่วนเงินวอนเกาหลีใต้อ่อนค่า 1.6% เงินหยวนของจีนถูกกำหนดค่ากลางที่ 6.8 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าที่สุดในรอบกว่า 6 ปีและนักวิเคราะห์คาดว่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลงอีก

ตลาดหุ้นเอเชียอาคเนย์ก็ถูกเทขายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นมาเลเซียที่ลดลงเกือบ 1% และตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ทรุดลงไปกว่า 2.5%

นายเอเลียส ฮัดดัด นักวิเคราะห์แห่งคอมมอนเวลธ์แบงก์ออฟออสเตรเลีย กล่าวว่าดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นเป็นส่วนใหญ่ เพราะได้แรงหนุนจากการคาดหมายว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย และการที่นักลงทุนหันไปเน้นนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งส่งเสริมการเติบโตและดันเงินเฟ้อ นโยบายต่างๆ ด้านเศรษฐกิจของนายทรัมป์จะบีบให้เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่รวดเร็วขึ้น

ธนาคารกลางอินโดฯแทรกแซงตลาด

นายเมอร์ซา อดิตยัสวารา รองผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย เผยว่าธนาคารกลางได้เข้าแทรกแซงในตลาดเงิน และพร้อมเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล ทั้งยังจะดูแลค่าเงินให้สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ

ขณะที่นายมูฮัมหมัด อิบราฮิม ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย กล่าวว่าได้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดเงิน พร้อมระบุว่าเงินริงกิตควรอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และธนาคารกลางมีหน้าที่แจ้งธนาคารต่างๆ ให้ดำเนินมาตรการชั่วคราวเพื่อทำให้ตลาดหายแตกตื่น

เทรดเดอร์เผยว่าธนาคารกลางมาเลเซียแจ้งไม่ให้อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดออฟชอร์

“ทรัมป์”พบ“โอบามา”

นายทรัมป์เข้าพบประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ เป็นครั้งแรกเป็นเวลา 90 นาที เพื่อหารือเรื่องการถ่ายโอนอำนาจ โดยประธานาธิบดีโอบามากล่าวว่าได้พูดคุยกันหลายเรื่องทั้งกิจการในประเทศและนโยบายต่างประเทศ พร้อมระบุว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนอเมริกัน ไม่ว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองไหนหรือมีแนวคิดการเมืองแบบใด ที่จะต้องสามัคคีกันในขณะนี้ และร่วมมือกันเพื่อรับมือการท้าทายในอนาคต

ขณะเดียวกัน นายลอยด์ แบลงก์เฟน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) โกลด์แมนแซคส์ กล่าวว่า นโยบายที่นายทรัมป์หาเสียงไว้ ทั้งการทุ่มใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการปฏิรูปเศรษฐกิจ จะเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ทาบซีอีโอ“เจพีมอร์แกน”คุมคลัง

มีข่าวว่าทีมงานของนายทรัมป์ได้ติดต่อนายเจมี ไดมอน ซีอีโอเจพีมอร์แกนเชสแอนด์โค ให้ไปทำหน้าที่รัฐมนตรีคลังเพื่อสยบกระแสตื่นตระหนักในตลาด แต่คาดว่านายไดมอนจะปฏิเสธเพราะสนับสนุนพรรคเดโมแครตมาตลอด ด้านซีเอ็นเอ็นรายงานว่านายทรัมป์กำลังพิจารณาให้นายสตีฟ แบนนอน หัวหน้าคณะรณรงค์หาเสียง ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้บริหารประจำทำเนียบขาว

ทั้งนี้ ที่ปรึกษาของนายทรัมป์มีสายสัมพันธ์ในแวดวงวอลล์สตรีทหลายคน อย่างนายสตีเวน นูชิน ผู้จัดการด้านการเงินในคณะหาเสียงของนายทรัมป์ เคยทำงานกับโกลด์แมนแซคส์ ส่วนนายแอนโธนี สคารามุคซี ซึ่งมีหน้าที่ระดมทุน ก็เคยเป็นผู้บริหารกองทุนบริหารความเสี่ยง

ด้านนางอินทรา นูยี ซีอีโอบริษัทเป๊ปซี่โค กล่าวแสดงความหวังว่าวาทะว่าจะเข้มงวดกับคนเข้าเมืองและกลุ่มคนรักร่วมเพศของนายทรัมป์ จะเป็นเพียงคำพูดช่วงหาเสียงเท่านั้น เพราะพนักงานของบริษัทจำนวนหนึ่งไม่ใช่คนผิวขาว ทั้งยังมีความหลากหลายทางเพศ

ด้านนายโฮเวิร์ด ชูลท์ ซีอีโอสตาร์บัคส์ กล่าวว่ารู้สึกช็อกกับผลการเลือกตั้งที่สะท้อนว่า หลายปีที่ผ่านมาคนจำนวนมากในอเมริกา รู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ประท้วงต่อเนื่อง

ผู้คนยังออกมาชุมนุมตามท้องถนนในหลายเมืองของสหรัฐ หลังจากยอมรับไม่ได้กับผลการเลือกตั้ง โดยผู้คนประมาณ 300 คนในเมืองบัลติมอร์ ตะโกนคำว่า “ไม่ใช่ประธานาธิบดีของฉัน” นักศึกษาวัย 21 ปีคนหนึ่งกล่าวว่ากำลังแสดงให้เห็นว่าช่วง 4 ปีนับจากนี้จะเป็นอย่างไร นั่นคือจะเป็น 4 ปีที่เต็มไปด้วยการต่อต้าน

นอกจากนั้น ยังมีการประท้วงในนิวยอร์ก ชิคาโก เดนเวอร์ ดัลลาส โอคแลนด์ ซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลีส โดยนักศึกษาประมาณพันคนเดินขบวนไปยังย่านการเงินในซานฟรานซิสโก การประท้วงส่วนใหญ่ดำเนินไปอย่างเงียบสงบ แต่ตำรวจเมืองพอร์ทแลนด์กล่าวว่าการชุมนุมเริ่มจะกลายเป็นการจลาจล เพราะผู้คนเริ่มทุบกระจกหน้าต่าง ผู้ชุมนุมเผยว่ามีแผนจะชุมนุมไปเรื่อยๆ รวมถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้

อาจารย์ในหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ยกเลิกการเรียนการสอน หรือเลื่อนการสอบออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา “รับมือ” หรือทำใจกับผลเลือกตั้ง

ด้านนายทรัมป์ทวีตข้อความว่า “การเลือกตั้งที่ผ่านมา เปิดกว้างและสำเร็จลงด้วยดี แต่กลับมีคนออกมาประท้วงโดยมีสื่อยุยง ปลุกปั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเลย”