รัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมมาเลเซีย เกรงว่า ข้อตกลงทีพีพีล่มสหรัฐถอนตัวหลังได้นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี
นายมุสตาปา โมฮัมเหม็ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมมาเลเซีย แถลงต่อสภาว่า ข้อตกลงพันธมิตรข้ามแปซิฟิก (ทีพีพี) จำเป็นต้องได้รับการให้สัตยาบันจาก 6 ประเทศเป็นอย่างน้อย คิดเป็น 85% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากทั้ง 12 ประเทศที่ลงนามกัน หากไม่มีสหรัฐก็ไม่มีทีพีพี และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาเลเซีย เหตุผลหนึ่งที่มาเลเซียเข้าร่วมทีพีพีคือสามารถเข้าถึงตลาดเม็กซิโกและแคนาดา ที่ไม่เคยทำข้อตกลงการค้าเสรีกับมาเลเซียมาก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเร็วไปที่จะวิเคราะห์เรื่องนี้
นายเจ จายาสิริ ปลัดกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม หัวหน้าคณะเจรจาทีพีพีของมาเลเซีย กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่ารัฐบาลวอชิงตันภายใต้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะไม่นำข้อตกลงทีพีพีให้สภาคองเกรสให้สัตยาบัน
นายเค เอส นาธาน ประธานสมาคมมาเลเซียเพื่ออเมริกันศึกษากล่าวว่า นายทรัมป์อาจพยายามเจรจาใหม่ในบางมิติแต่ไม่น่าจะถึงกับยกเลิกทีพีพีหรือข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ไปเลย
ด้านนายเอ็ดการ์ด เคแกน อุปทูตสหรัฐประจำมาเลเซีย อธิบายว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่สภาคองเกรสจะเห็นชอบทีพีพี
โดยหลักการแล้ว ข้อตกลงทีพีจะต้องนำให้สภาคองเกรสให้สัตยาบันก่อนประธานาธิบดีคนเก่าหมดวาระ คาดว่าจะมีขึ้นหลังการเลือกตั้งแต่ก่อนประธานาธิบดีคนใหม่สาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. 2560





