ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายวันพฤหัสบดีในแดนลบขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลง29.65 จุดหรือ 0.16 % ปิดตลาดที่ 18,169.68 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลบ 6.39 จุดหรือ 0.3 % ปิดตลาดที่ 2,133.04 จุดและดัชนีแนสแดก ร่วง 34.29 จุดหรือ 0.65% ปิดตลาดที่ 5,215.97 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธุรกิจรักษาสุขภาพดีดตัวนำตลาดวันนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง
บริษัททวิตเตอร์ อิงค์ เปิดเผยว่า บริษัทประสบภาวะขาดทุน 102.9 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 หรือ 15 เซนต์/หุ้นแต่เมื่อมีการปรับมูลค่าทางบัญชี บริษัทมีกำไร 13 เซนต์/หุ้น ขณะที่มีรายได้ 616 ล้านดอลลาร์
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 0.1% ในเดือนก.ย. หลังจากร่วงลง 0.3% ในเดือนส.ค. ท่ามกลางอุปสงค์ที่ลดลงสำหรับคอมพิวเตอร์, สินค้าอิเลกทรอนิกส์ และอุปกรณ์ด้านการขนส่ง
ขณะเดียวกัน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ลดลง 1.2% ในเดือนก.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย.
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 3,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 258,000 ราย
การเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่ลดลงดังกล่าว บ่งชี้ถึงภาวะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.





