ผู้นำสหรัฐและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น รุมวิจารณ์พฤติกรรมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หลังคลิปเสียงสุดฉาวทำคะแนนนิยมนายทรัมป์ตกต่ำลงเรื่อย ๆ
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จากพรรคเดโมแครตกล่าวระหว่างไปหาเสียงให้นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดียวกันในรัฐนอร์ทแคโรไลนาว่า นายทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกันหมดคุณสมบัติที่จะเป็นประธานาธิบดีตั้งแต่มีการเปิดโปงคลิปเสียงเมื่อ 11 ปีก่อนที่เขาเคยดูหมิ่นผู้หญิงในเชิงลามก
นายโอบามากล่าวด้วยว่า จากคำพูดน่ารังเกียจดังกล่าว ต่อให้นายทรัมป์ไปสมัครงานที่เซเว่นอีเลฟเว่น ทางร้านสะดวกซื้อก็คงไม่รับเข้าทำงานอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ นายซาอิด ราอัด อัล-ฮุสเซน หัวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็น แถลงในเมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ว่า หากนายทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ จะเป็นอันตรายในมุมมองของประชาคมโลก และบอกว่า ความเห็นบางเรื่องของนายทรัมป์ ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านั้น นายทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างมาก หลังนายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรครีพับลิกันและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคหลายคน ได้ประกาศไม่สนับสนุนเขา ซึ่งนายทรัมป์ประณามว่า คนเหล่านั้นเป็นคนทรยศ อ่อนแอ และไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งเขาก็ไม่ต้องการการสนับสนุนของคนเหล่านี้เช่นกัน
ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของหลายสำนักชี้ว่า หลังเกิดกรณีคลิปเสียงฉาวดังกล่าว คะแนนนิยมของนายทรัมป์ก็ตามหลังนางคลินตันยิ่งกว่าเดิมเป็น 8% และผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสระบุว่า ผู้สนับสนุนรีพับลิกัน 1 ใน 5 บอกว่า ความเห็นดูหมิ่นผู้หญิงอย่างหยาบคายของนายทรัมป์ทำให้เขาขาดคุณสมบัติเป็นผู้นำประเทศแล้ว





