หลังตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำสุดเกือบ 43 ปี
ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดวันพฤหัสบดีในแดนลบ โดยปรับตัวลงเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 วัน จากความวิตกเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังมีการเปิดเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำสุดในรอบเกือบ 43 ปี
การปิดตลาดในแดนลบวันนี้ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์มีแนวโน้มปรับตัวลงในสัปดาห์นี้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 12.53 จุดหรือ 0.07 % ปิดที่ 18,268.5 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น 1.04 % 0.05 % ปิดตลาดที่ 2,160.77 จุดและดัชนีแนสแดก ลบ 9.17 จุดหรือ 0.17% ปิดตลาดที่ 5,306.85 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธุรกิจรักษาสุขภาพร่วงลงนำตลาด ขณะที่กลุ่มพลังงานพุ่งสวนทางตลาด ตามราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้น
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยลดลง 5,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 ต.ค. สู่ระดับ 249,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ซึ่งในเดือนดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2516
การเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่ระดับต่ำดังกล่าว บ่งชี้ถึงภาวะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และหนุนให้เฟดทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้





