ตัวแทนของสหรัฐและรัสเซียเปิดศึกน้ำลายในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย
ตัวแทนของสหรัฐและรัสเซียเปิดศึกน้ำลายในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซีเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย โดยสหรัฐกล่าวหาความป่าเถื่อนของรัสเซีย สวนรัสเซียตอกกลับว่าเป็นเพราะรัฐบาลสหรัฐยังไม่หยุดสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี จัดการหารือวาระฉุกเฉินเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรียที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการยกระดับปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายรัฐบาลในจังหวัดอเลปโป ที่มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 200 คน โดยนางซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวว่าพฤติการณ์ของรัสเซียที่สนับสนุนรัฐบาลดามัสกัสไม่ใช่การต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย แต่เป็นการส่งเสริม “ความป่าเถื่อน” ต่อพลเรือน
ขณะที่นายวิทาลี เชอร์กิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวว่าสถานการณ์รุนแรงระลอกล่าสุดในจังหวัดอเลปโปตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างสันติภาพกำลังเป็นภารกิจที่เลือนลางจากเป้าหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสหรัฐและพันธมิตรยังคงติดอาวุธให้แก่กลุ่มกบฏนับร้อยกลุ่ม และฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยังคงเป็นฝ่ายเดียวกันกับกลุ่มไอเอสและกลุ่มฟาเตห์ อัล-ชาม หรืออดีตกลุ่มอัล-นุสรา ฟรอนต์
นายเชอร์กินย้ำว่า การหยุดยิงถาวรในซีเรียยังคงเป็นเป้าหมายสูงสุดที่รัสเซียต้องการบรรลุร่วมกับสหรัฐ แต่ข้อตกลงครั้งล่าสุดที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน ล้มเหลวภายในเวลาเพียง 7 วัน เพราะรัฐบาลชิงตันยังคงสนับสนุน “กลุ่มกบฏสายกลาง”
ส่วนนายสตาฟฟาน เดอ มิสตูรา ทูตพิเศษด้านกิจการซีเรียของยูเอ็นซึ่งเข้าร่วมการประชุมด้วย กล่าวในเชิงประนีประนอมว่า ยังพอมีโอกาสอยู่ และยืนยันว่าบทบาทของสหรัฐและรัสเซียคือกลไกสำคัญสู่การสร้างสันติภาพ เพื่อยุติสงครามกลางเมืองเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ล่วงเลยมานานเกือบ 6 ปีแล้ว และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300,000 คน




