ยูเอ็น จัดการประชุมว่าด้วยปัญหาผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเป็นครั้งแรก และชาติสมาชิกร่วมกันกำหนดรอบแนวทางแก้ไขวิกฤตผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุด
ในการประชุมสุดยอดแห่งสหประชาชาติว่าด้วยผู้ลี้ภัยและผู้อพยพที่นครนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อวันจันทร์ ผู้นำและผู้แทนจากชาติสมาชิกสหประชาชาติออกปฏิญญา ที่ไม่มีผลผูกมัดร่วมกันโดยให้คำมั่นว่าจะคารพสิทธิของผู้ลี้ภัย ให้ความช่วยเหลือจัดหาถิ่นฐานที่อยู่ และให้หลักประกันว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงการศึกษาและมีงานทำ
นอกจากนี้ นายบัน คี-มุน เลขาธิการยูเอ็น และนายวิลเลียม เลซี สวิง ผู้อำนวยการองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ร่วมลงนามในเอกสารเข้าเป็นองค์กรในเครือของสหประชาชาติ ซึ่งจะทำให้องค์กรมีสิทธิมีเสียงในการเจรจาและผลักดันวาระของผู้อพยพในยูเอ็น
นายเซอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า วิกฤติผู้อพยพมีสาเหตุมาจากความล้มเหลวของโลกในการยุติสงครามในซีเรีย
จากสถิติของยูเอ็นระบุ ทั่วโลกมีผู้อพยพราว 65 ล้านคน และสงครามซีเรียที่ยืดเยื้อกว่า 5 ปีทำให้เกือบ 9 ล้านคนต้องพลัดภิ่นภายในประเทศและอีก 4 ล้านคนหนีไปประเทศเพื่อนบ้านหรือหลั่งไหลเข้ายุโรป และหลังจากเลบานอน ซึ่งมีประชากรเพียง 4 ล้านคนแต่แบกรับผู้อพยพซีเรียไว้ถึง 1.5 ล้านคน
นายกรัฐมนตรีทัมมาม ซาลัม เตือนว่า หากไม่มีการช่วยเหลือครั้งใหญ่จากประชาคมโลก เลบานอนเสี่ยงล่มสลายได้
ส่วนนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราสของกรีซ ซึ่งมีผู้อพยพทะลักเข้าประเทศกว่า 1.2 ล้านคนช่วงกว่าหนึ่งปีเตือนว่า ความล้มเหลวในการแก้ไขวิกฤตผู้อพยพจะเปิดพื้นที่ให้พวกชาตินิยมและพวกเกลียดกลัวคนต่างชาติฟื้นคืนชีพเป็นครั้งแรกหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตผู้อพยพและรายงานคาดว่าจะมี 45 ชาติร่วมลงขัน โดยสหรัฐประกาศเพิ่มความช่วยเหลืออีก 3,000 ล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นจะให้ 2,800 ล้านดอลลาร์ สำหรับช่วงเวลา 3 ปี





