สหรัฐ เตรียมสั่งห้ามจำหน่ายกระท่อมชั่วคราว มีผลสิ้นเดือนนี้ ขณะที่นักวิจัยมองว่า ไม่พบการศึกษาที่สอดคล้องกับข้อมูลของรัฐ
สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (ดีอีเอ) ได้รับความคิดเห็นที่รุนแรงจากผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเรื้อรังและผู้ที่เคยใช้ฝิ่น หลังจากประกาศว่าจะสั่งห้ามจำหน่ายกระท่อมชั่วคราวตั้งแต่ 30 ก.ย. นี้เป็นต้นไป
ดีอีเอกำหนดให้สารเคมีที่ออกฤทธิ์ในกระท่อม จัดอยู่ในประเภทที่ 1 ตามพระราชบัญญัติสารควบคุม ซึ่งเป็นประเภทที่เข้มงวดที่สุด โดยกำหนดห้ามใช้ทางการแพทย์และห้ามใช้ในทางที่ผิด
อย่างไรก็ดี หากครบ 2 ปีแล้ว ดีอีเอไม่มีการประกาศคำสั่งใหม่ออกมา จะทำให้คำสั่งห้ามนี้มีผลสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ
ขณะที่ นายเมลวิน แพตเตอร์สัน โฆษกดีอีเอ ระบุว่า ดีอีเออาจจะย้ายประเภทของกระท่อมจากประเภทที่ 1 ไปอยู่ในกลุ่มที่มีเข้มงวดน้อยกว่า อย่างประเภทที่ 3-5 ซึ่งเป็นกลุ่มยาเสพติดที่ให้โทษน้อยที่สุด และเป็นที่ยอมรับหากใช้ในทางการแพทย์
ทางด้านนายมาร์ก สวอกเกอร์ นักจิตวิทยาคลินิกจากมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ เมดิคอล เซนเตอร์ ผู้เผยแพร่งานวิจัยด้านการใช้กระท่อม บอกว่า ผู้ที่ใช้กระท่อมส่วนมากจะใช้ก็ต่อเมื่อมีอาการเจ็บปวด หรือเสพติดยาชนิดอื่น ๆ ซึ่งคนกลุ่มนี้จำเป็นต้องพึ่งพากระท่อม หากรัฐออกมาสั่งห้ามพืชชนิดนี้อาจส่งผลต่อพวกเขาได้
นายสวอกเกอร์ กล่าวว่า ข้อมูลจากทางดีอีเอ ไม่ได้มีงานวิจัยรองรับเหตุผลการสั่งห้ามกระท่อมแต่อย่างใด ซึ่งกระท่อมเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ค่อนข้างอ่อน เพราะฉะนั้นการปราบปรามกระท่อมจึงเป็นเรื่องไร้สาระมากสำหรับเขา
กระท่อม ซึ่งมีต้นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับความนิยมในหมู่ประชากรสหรัฐในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากออกฤทธิ์คล้ายฝิ่นและยังช่วยบรรเทาความเจ็บปวดรุนแรงได้ดีกว่ายาแก้ปวดทั่วไป





