ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ทรุดตัวลงเกือบ 400 จุด จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและเกาหลีเหนือทดลองนุ๊ก
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดที่ 18,085.45 จุด ปรับตัวลง 394.46 จุดหรือ 2.13 % ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วลง 53.49 จุดหรือ 2.45 % ปิดที่ 2,127.81 จุด ถือเป็นราคาปิดต่ำสุดของดัชนีเอสแอนด์ดีในการซื้อขายวันเดียว นับตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. หลังจากผลประชามติของสหราชอาณาจักรบ่งชี้ชัดว่าต้องการออกจากสหภาพยุโรป (อียู) และดัชนีแนสแดก ร่วง 133.58 จุดหรือ2.54 % ปิดที่ 5,125.91 จุด
นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน กล่าวเตือนว่า เฟดเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น หากชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปนานเกินไป ดังนั้นการใช้นโยบายคุมเข้มอย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงมีความเหมาะสม
นายโรเซนเกรน ระบุด้วยว่า ขณะนี้เฟดเผชิญความเสี่ยงใน 2 ด้าน โดยด้านหนึ่งคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ ขณะเดียวกัน เฟดก็เผชิญความเสี่ยงจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐอาจร้อนแรงเกินไป หากเฟดคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเป็นเวลานานเกินไป
ทั้งนี้ นักลงทุนเพิ่มความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.สู่ระดับ 24% จากเดิมที่ 18%
ขณะที่ เกาหลีเหนือ ออกมาประกาศความสำเร็จในการทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 ในวันนี้ โดยการทดสอบครั้งนี้มีขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 68 ปีแห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (ดีพีอาร์เค)





