ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ซึ่งกำลังจะเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศจี 20 ที่จีนภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เตรียมมุ่งหน้าเยือนลาว
ผู้นำสหรัฐมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมผู้นำสหรัฐ-อาเซียน และผู้นำเอเชียตะวันออก ระหว่างวันที่ 6-8 ก.ย.ที่กรุงเวียงจันทน์ ในโอกาสนี้เขามีแผนกระชับสัมพันธ์กับลาวและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งยกประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลาว ทั้งการควบคุมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพสื่อขึ้นมาหารือด้วย แต่ประเด็นสำคัญที่นายโอบามาจะคุยกับบรรดาผู้นำลาวคือ ระเบิดที่สหรัฐเคยมาทิ้งไว้ช่วงสงครามเวียดนามที่ยังไม่ระเบิด ซึ่งขณะนั้นลาวประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่าเป็นกลาง โดยสหรัฐได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดลูกปรายในลาว 270 ล้านลูกเพื่อช่วยเหลือราชวงศ์ลาวที่ปกครองประเทศต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์
ทำเนียบขาวแถลงว่า ระเบิดตกค้างเหล่านี้เป็นประเด็นหลักของนายโอบามา ซึี่งสหรัฐจะรับปากให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลาวมากขึ้น ในการขจัดระเบิดที่ตกค้างอยู่ทั่วประเทศลาว
นายติตัส พีชีย์ ประธานกรรมการกลุ่ม “เลกาซีออฟวอร์” กลุ่มเคลื่อนไหวด้านระเบิดสหรัฐตกค้างในลาว มองว่า การมาเยือนของนายโอบามาจะเป็นโอกาสให้ประเด็นปัญหานี้ถูกโลกจับตามอง กลุ่มหวังว่าสหรัฐจะรับปากให้ความช่วยเหลืออย่างแข็งขันเป็นเวลาหลายปี เพื่อจัดการกับระเบิดที่เหลือและช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
นายพีชีย์ ระบุว่า ระหว่างปี 2507-2516 สหรัฐทิ้งระเบิดในลาว 580,000 ครั้งเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงของโฮจิมินห์ที่ส่งกำลังไปยังเวียดนามใต้ คาดว่าระเบิดลูกปรายขนาดเท่าลูกเบสบอล ประมาณ 80 ล้านลูก หรือเกือบ 1 ใน 3 ที่กองทัพสหรัฐทิ้งลงไปในลาวไม่ทำงาน ระเบิดตกค้างเหล่านี้ถูกกำจัดไปแล้วไม่ถึง 1% นับตั้งแต่สหรัฐหยุดทิ้งระเบิด มีประชาชนกว่า 20,000 คนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากระเบิดตกค้าง
ทั้งนี้ ในช่วงรัฐบาลโอบามา สหรัฐได้เพิ่มเงินช่วยเหลือเก็บกู้ระเบิดแก่ลาวมากขึ้น จากประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์เมื่อสิบปีก่อน เป็น 19.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2560 ซึ่งการเพิ่มเงินช่วยเหลือและใช้วิธีการใหม่ ๆ มาค้นหาระเบิด ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตต่อปีลดลงอย่างมากจาก 310 คนในปี 2551 เหลือแค่ 42 คน ในปี 2558





