วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดอยซ์แบงก์ชี้่ปัจจัยการเมือง ไม่กระทบศก.

"ดอยช์แบงก์" ชี้ผลประชามติไม่กระทบเครดิตประเทศ เหตุปัจจัยทางการเมืองไม่เปลี่ยนแปลง ประเมินผลโหวต "รับร่างฯ" ชนะอาจวุ่นวาย มั่นใจรัฐดูแลได้

นายไมเคิล สเปนเซอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ของดอยช์แบงก์ กล่าวว่า ภายหลังการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าไม่ว่าผลการลงประชามติจะเป็นเช่นไร ก็ไม่กระทบกับปัจจัยทางการเมืองของประเทศไทย เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ยังคงบริหารประเทศต่อเช่นเดิม

“ประเทศไทยยังคงมีรัฐบาลชุดเดิมกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มุมมองเรื่องการเมืองของดอยช์แบงก์จึงไม่เปลี่ยน แต่ในการทำประชามติครั้งนี้ หากผลออกมารับร่างฯ อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นบ้าง แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้”

หากให้ประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ ยอมรับว่าต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ไตรมาส จึงจะเห็นภาพชัดเจนว่าพัฒนาการทางการเมืองที่เกิดขึ้นส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร แต่ดอยช์แบงก์ยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกออกแบบเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งน่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว

ดอยช์แบงก์ คาดการณ์จีดีพีไทยปี 2559 จะขยายตัว 2.5% และปี 2560 ขยายตัว 2.0% แรงขับเคลื่อนหลักมาจากภาคการส่งออกและบริการ

ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวถึงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่า ไม่ว่า การลงประชามติจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะกระทรวงการคลังได้วางพื้นฐานเศรษฐกิจไว้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ต่อให้ภาคเอกชนไม่ทำอะไร จีดีพีก็จะยังขยายตัวได้เกิน 3% อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของเอกชนนั้น อาจมองเรื่องการลงประชามติเป็นหนึ่งในปัจจัยในการตัดสินใจลงทุนก็ได้

“ซีไอเอ็มบี”ชี้ตลาดรอความชัดเจน

​นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่าธนาคารอยู่ระหว่างรอดูตัวเลขจีดีพีไตรมาสสองของสภาพัฒน์ที่จะประกาศในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ก่อนจะปรับประมาณการจีดีพีที่คาดไว้ 2.7% ในปีนี้และ 2.8% ในปีหน้า โดยจะให้น้ำหนักของผลกระทบจากเบร็กซิทมากขึ้นรวมถึงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของไทยในวันที่ 7 ส.ค. นี้ และด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง

“ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกกดดันเศรษฐกิจไทยในบางไตรมาสอาจเห็นจีดีพีโตแค่ 2.5% ก็เป็นได้ เพราะการส่งออกที่ชะลอลงรวมถึงความล่าช้าในการลงทุนภาครัฐ”

ส่วนการลงประชามติในวันพรุ่งนี้นั้น ไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ไม่มีผลต่อตลาดมากนัก เนื่องจากตลาดมองข้ามกระบวนการเหล่านี้ไปแล้วไปสู่ผลที่จะออกมาแล้วคือการเลือกตั้งซึ่งความชัดเจนของการเลือกตั้งในปลายปี 2560 หรือต้นปี2561 คือสิ่งที่ตลาดต้องการและจะเป็นตัวฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการรวมถึงต่างชาติและจากนั้นเศรษฐกิจจะเติบโตได้ดีแต่ไม่ได้เร่งตัวแรงเพราะเศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งในเรื่องของหนี้ครัวเรือน รายได้เกษตรกร ที่ยังส่งผลถึงกำลังซื้อขณะที่การส่งออกติดลบไปถึงกลางปีหน้า

สื่อนอกจับตาลงมติร่าง รธน.

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สองปีหลังทหารยึดอำนาจในเดือน พ.ค.2557 คนไทยจะได้ลงประชามติว่ารับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งทหารหนุนหลังหรือไม่ ขณะที่นักวิจารณ์รวมทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้นักการเมืองอ่อนแอ และเพิ่มอิทธิพลของทหารไปอีกหลายปี หากประชาชนเห็นชอบรัฐบาลทหารก็จะอ้างถึงความชอบธรรมของตน และวางแผนเลือกตั้ง แต่ถ้าหากประชาชนไม่เห็นชอบ จะทำให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยได้ช้าลงไปอีก เพราะทหารจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า คณะทหารซึ่งดูแลการลงประชามติอย่างเข้มงวด บอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และการทุจริตที่ฝังรากลึกในประเทศไทย

ขณะที่หลาย ๆ คนมองว่า การลงประชามติก็เหมือนกับการลงมติไว้วางใจคณะทหาร ที่บริหารประเทศมากว่าสองปีหลังยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน

นักวิชาการมองอำนาจการเมืองไม่เปลี่ยน

นายไมเคิล มอนติซาโน นักวิจัยพิเศษจากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ยูโซฟ อิสฮัคในสิงคโปร์ กล่าวกับวอลล์สตรีทว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการออกแบบการเมืองในอนาคตของไทย ซึ่งเขาไม่คิดว่าจะได้ผล สิ่งที่รัฐบาลไทยพยายามทำคือบรรจงลดความเป็นการเมืองลง

ด้านนายแพทริก โจรี อาจารย์อาวุโสด้านประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย มองว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นความพยายามครั้งสุดท้าย เพื่อเก็บรูปแบบทางการเมืองเก่าแก่ของไทยเอาไว้ ที่ทหารเป็นพันธมิตรกับชนชั้นสูงชาวกรุง ซึ่งระยะหลังถูกท้าทายจากชาวบ้านผู้ตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะชาวชนบทที่สนับสนุนตระกูลชินวัตร

วอลล์สตรีทระบุด้วยว่า คณะทหารไม่พอใจอย่างยิ่งที่แรงสนับสนุนตระกูลชินวัตรยังมีอยู่ต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้การลงประชามติได้สร้างความไม่พอใจให้กับค่ายการเมืองทั้งสองฝ่าย แม้แต่นักการเมืองที่เคยสนับสนุนการรัฐประหารปี 2557 ก็ประกาศว่าจะไม่รับรัฐธรรมนูญด้วยมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย

ขณะที่ เว็บไซต์สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจทหารในการบริหารประเทศ พร้อมกันนั้นซีเอ็นบีซีสัมภาษณ์นายประจักษ์ ก้องกีรติ นักวิจัยพิเศษสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ยูโซฟ อิสฮัคในสิงคโปร์ มองว่า การลงประชามติไม่ได้ส่งผลต่อทิศทางการเมืองของไทยในทันที เพราะทหารยังคงมีอำนาจอยู่จนกระทั่งถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ว่าผลประชามติจะเป็นอย่างไร

นายประจักษ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคืออารมณ์ความรู้สึกจากผลการลงประชามติ หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านไทยก็จะเดินหน้าสู่ระบอบกึ่งเผด็จการภายใต้การชี้นำของทหาร แต่ถ้าคะแนนโหวตไม่รับท่วมท้นย่อมทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลทหาร และเหล่าชนชั้นนำที่สนับสนุน ทั้งยังส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลทหารว่า พวกเขาไม่สามารถกำหนดระบอบการเมืองใหม่ได้เพียงฝ่ายเดียว โดยปราศจากกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพี สรุปว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบยังไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เอเอฟพีอ้างว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เคยบอกว่าจะทำอย่างไรหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แต่ยืนยันว่าจะจัดการเลือกตั้งในฤดูร้อนปี 2560 ซึ่งคำสัญญาเรื่องการเลือกตั้งก็เลื่อนมาแล้วหลายครั้ง

ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่นั้น เอเอฟพีระบุว่า ไม่อาจทราบได้ แม้แต่พรรคการเมืองใหญ่สองพรรคที่ไม่ลงรอยกัน ต่างไม่รับร่างรัฐธรรมนูญด้วยกันทั้งคู่โดยให้เหตุผลว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ