เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าว่า การก่ออาชญากรรมโดยไอเอส ในอิรัก อาจรุนแรงถึงขั้นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
นายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า การก่ออาชญากรรมโดยกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรัก อาจกลายเป็นอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมที่ฟาดฟันเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรือแม้กระทั่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
โฆษกเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์ว่า นายบันได้เรียกร้องให้รัฐบาลอิรักนำตัวผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในทันที
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นในโอกาสครบรอบ 2 ปีที่กลุ่มไอเอส ยึดครองเมืองซินจาร์ทางตอนเหนือของอิรัก ซึ่งบีบให้หลายพันครอบครัวโดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยยาซีดิต้องอพยพย้ายถิ่น
เมื่อสองปีที่ผ่านมา กลุ่มไอเอส ได้ทำการทารุณกรรมชนกลุ่มน้อยยาซิดีอย่างโหดเหี้ยมเกินว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัดคอชายชาวยาซิดี การนำตัวผู้หญิงและเด็กไปขายในตลาด รวมถึงการบังคับให้ผู้หญิงและเด็กหญิงตกเป็นทาสกามารมณ์ของเหล่าผู้ก่อการร้าย
นอกจากนี้ เลขาธิการยูเอ็นยังเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนทำการช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายให้รอดพ้นจากเงื้อมือของกลุ่มไอเอส
ข้อมูลเชิงสถิติของยูเอ็น ระบุว่า ขณะนี้ยังมีเด็กและสตรีกว่า 3,200 ชีวิต ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งส่วนมากจะอาศัยอยู่ในประเทศซีเรีย อันเป็นสถานที่ซึ่งผู้หญิงและเด็กหญิงชาวยาซีดิต้องทนทุกข์ทรมานกับความรุนแรงและการตกเป็นเหยื่อกามารมณ์ต่อไป





