ผลสำรวจความเห็นล่าสุดชี้ ชาวเยอรมัน 2 ใน 3 ไม่เห็นด้วยกับนโยบายบริหารจัดการเรื่องผู้อพยพและผู้ลี้ภัยของนายกรัฐมนตรี
สำนักวิจัยยูกอฟเผยผลสำรวจความคิดเห็นชาวเยอรมันเกี่ยวกับคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ที่บอกว่าสามารถบริหารจัดการเรื่องผู้อพยพและผู้ลี้ภัยได้ ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นแบบออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง 1,017 คน ระหว่างวันที่ 26-29 ก.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า 66% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวของนางแมร์เคิล ในจำนวนนี้ 48% กล่าวว่า “ไม่เห็นด้วยโดยสิ้นเชิง” และ 18% กล่าวว่า “ค่อนข้างไม่เห็นด้วย” มีเพียง 27% เท่านั้นที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปในเชิงลบมากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการสำรวจความคิดเห็นเมื่อเดือนส.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งสัดส่วนของผู้ที่ไม่เห็นด้วยอยู่ที่ 51%
นอกจากนี้ แบบสอบถามของยูกอฟยังมีคำถามเกี่ยวกับความน่าจะเป็นของการเกิดเหตุรุนแรงในเยอรมนี ซึ่ง 75% ของกลุ่มตัวอย่างมองว่ามีแนวโน้มเกิดขึ้น และ 14% ตอบว่าพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถประจำทางและรถไฟใต้ดินให้มากที่สุดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากหวั่นเกรงการเกิดเหตุร้าย อย่างไรก็ตาม 67% ยืนยันว่าจะยังคงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติเช่นเดิม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของสงครามประสาทโดยกลุ่มก่อการร้าย
นางแมร์เคิลได้รับเสียงวิจารณ์ไม่น้อยจากการแถลงเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ว่า นโยบายเรื่องผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้เกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง 4 ครั้งภายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว หรือนับตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นมา ทำให้ผู้เสียชีวิตรวมกัน 15 ราย หนึ่งในนั้นคือเหตุกราดยิงที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในเมืองมิวนิคเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่มีผู้เสียชีวิต 10 ศพ รวมมือปืนซึ่งเป็นเด็กหนุ่มเชื้อสายอิหร่านวัยเพียง 18 ปี และยิงตัวตายหลบหนีการจับกุมของตำรวจ โดยนางแมร์เคิลยืนยันว่ารัฐบาลสามารถจัดการสถานการณ์ได้ และจะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่เสี้ยงให้เข้มงวดมากขึ้น





