ยอดขายไอโฟนของบริษัทแอ๊ปเปิ้ล ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ลดลงเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ทวิตเตอร์เติบโตช้าที่สุดในรอบ 3 ปี
ด้านบริษัทวิจัย "แฟคท์เซทสตรีทแอคเคาท์" เผยว่า บริษัทแอ๊ปเปิ้ลขายไอโฟนได้จำนวน 40.4 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ 3 มากกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยโดยนักวิเคราะห์ซึ่งอยู่ที่ 40 ล้านเครื่อง ส่วนรายได้รวมลดลง 14.6% ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 25 มิถุนายน นับว่าลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 แล้ว
บริษัทแอ๊ปเปิ้ล ระบุก่อนหน้านี้ว่า ยอดขายไอโฟนลดลง 16.3% ในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกตั้งแต่สมาร์ทโฟนดังกล่าวเปิดตัวในปี 2550 โดยยอดขายไอโฟนคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของยอดขายทั้งหมดของบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกแห่งนี้
สำหรับยอดขายไอโฟนในจีน ซึ่งแอ๊ปเปิ้ลมองว่าเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตใหม่ของบริษัท ลดลง 33.1% เมื่อเทียบกับที่เคยเติบโต 112.4% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลงเกือบ 26% ในไตรมาสที่สอง
ด้านทวิตเตอร์ ยักษ์สังคมออนไลน์ของสหรัฐเผยว่า รายได้ในไตรมาสล่าสุดเติบโตช้าที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2556 โดยเพิ่มขึ้น 20%มาอยู่ที่602 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ21,092 ล้านบาท หลังจากที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะจากคู่แข่งอย่าง "สแนปแชท" และ "อินสตาแกรม" นอกจากนี้ ฐานผู้ใช้งานประจำรายเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 313 ล้านรายในไตรมาสที่ 2 จากจำนวน 310 ล้านรายในไตรมาสแรก





