ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มองว่าผู้นำคนใหม่ควรแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างเชื้อชาติ หลังเกิดเหตุความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับชายผิวสี
ผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสำนักข่าววอชิงตัน โพสต์และเอบีซี นิวส์ ที่เผยออกมาเมื่อวันเสาร์ (16 ก.ค.) ที่ผ่านมา ระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 83% จากทั้งหมด 1,003 คน เห็นว่าประธานาธิบดีคนต่อไปควรมุ่งเน้นที่การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างเชื้อชาติให้ดีขึ้น มีเพียง 12% ของผู้ตอบที่ไม่ต้องการให้ประธานาธิบดีคนต่อไปให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ขณะที่ผู้ตอบเกือบครึ่งหนึ่งชี้ว่าเป็นปัญหาสำคัญระดับสูงสุด
ความกังวลในเรื่องนี้อาจเป็นผลดีต่อนางฮิลลารี่ คลินตัน ตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตที่ผู้ตอบ 58% เชื่อว่านางคลินตันจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ตรงข้ามกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันที่ได้รับความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาเชื้อชาติเพียง 26% เพราะเขาเองก็ได้รับคะแนนนิยมจากวาทะที่ชัดเจนในเรื่องการกีดกันคนต่างเชื้อชาติในสหรัฐ
ผลสำรวจยังพบว่า ผู้ใหญ่ 63% เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างเชื้อชาติยังแย่เหมือนเดิม ขณะที่ 55% เชื่อว่าความสัมพันธ์กำลังแย่ลงเรื่อย ๆ มีเพียง 1 ใน 3 ของผู้ตอบคำถามที่เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างเชื้อชาติยังดีเหมือนเดิม และเพียง 1 ใน 10 ที่เชื่อว่าความสัมพันธ์กำลังดีขึ้น
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มสนับสนุนคนผิวสีอย่าง ขบวนการเสือดำใหม่ หรือ “นิว แบล็ค แพนเธอร์” เริ่มเดินขบวนในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเตรียมระดมมวลชนกลุ่มใหญ่ขึ้นก่อนจะมีการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคมนี้ เพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและความไม่ยุติธรรม ที่ชาวผิวสีกำลังเผชิญอยู่





