รมว. "เบร็กซิท" สหราชอาณาจักรเผย อาจส่งกลับผู้อพยพหรือพลเมืองจากชาติสมาชิกอียู เพื่อควบคุมสัดส่วนพลเมืองต่างด้าวภายในประเทศให้มีความเหมาะสม
รัฐมนตรีด้านกิจการลาออกจากอียู หรือ “รัฐมนตรีเบร็กซิท” นายเดวิด เดวิส ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ “เมล ออน ซันเดย์” ฉบับวันอาทิตย์ (17 ก.ค.) ว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญสำหรับการเจรจาร่วมกับคณะผู้บริหารอียูคือการการันตีสถานะของผู้อพยพจากกลุ่มประเทศสมาชิกอียู และสถานะของพลเมืองสหราชอาณาจักรซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศสมาชิกอียู โดยมีจุดประสงค์เพื่อควบคุม “การเพิ่มจำนวน” ของผู้อพยพในอนาคต
นายเดวิสยืนยันว่า สหราชอาณาจักรยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักการเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายผู้อพยพและแรงงานตามกฎหมายของอียู จนกว่าการลาออกจากสหภาพจะมีผลอย่างเป็นทางการ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลจำเป็นต้องปฏิรูปมาตรการควบคุมพลเมืองต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศ ไม่ว่าจะเข้ามาก่อนหรือหลังการออกจากอียู
หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ น่าจะเริ่มดำเนินการเจรจาลาออกตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนในช่วงต้นปี 2560 และการลาออกน่าจะมีผลอย่างเป็นทางการภายในช่วงต้นปี 2562 ตามกรอบการเจรจาของสหภาพ
ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวสหราชอาณาจักรล่าสุดโดยสำนักวิจัย “คอมเรส” รวบรวมแบบออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง 2,097 คน ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ค. ที่ผ่านมา หรือในวันที่เมย์รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร พบว่า 57% คัดค้านการลงประชามติรอบสอง ส่วนเสียงสนับสนุนอยู่ที่ 29% ขณะที่ 46% มองว่าเมย์ไม่ควรจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในตอนนี้ และ 38% ต้องการให้เธอเดินหน้าการเป็นผู้นำในการบริหารประเทศและดำเนินการลาออกจากอียูตามขั้นตอน





